ทันใดนั้น ดวงตาคู่นั้นของนางก็ปรากฏความแหลมคมขึ้น นางถือพระราชโองการและลุกขึ้นยืน และมือทั้งสองจับโต๊ะไว้ “จักรพรรดินีก็จักรพรรดินี ข้าคือฮ่องเต้ที่ทุกคนต้องยอมจำนน!”
นางต้องการเป็นฮ่องเต้! ปกครองใต้หล้า อาณาบริเวณของนางใหญ่ขึ้นเพียงใด ก็จะมีโอกาสพบเจอลู่เจี้ยมากขึ้นเท่านั้น!
เป้าหมายที่ชัดเจนทำให้หัวใจของนางค่อยๆ เข้มแข็งขึ้น
นางเดินออกจากตำหนัก โดยตำหนักแห่งนี้เป็นของลู่เจี้ย ในเมื่อเขาจากไปแล้ว ก็จะไม่อนุญาตให้คนเข้าออกอีกต่อไป
เจียงหลียืนอยู่นอกตำหนักและหันหลังกลับไปมองป้ายแขวนของตำหนักแห่งนั้น
นี่คือมรดกตกทอดจากราชวงศ์ก่อน แม้ว่าลู่เจี้ยจะย้ายเข้ามาพักอาศัย แต่ก็มิได้เปลี่ยนชื่อนั้นไป ราวกับเขารู้ตัวว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน
“ใครก็ได้มานี่ที” เจียงหลีตะโกนเรียก
องครักษ์ทั้งสองข้างรีบเดินเข้าไปและโค้งคำนับทันที
“ไปเปลี่ยนป้ายแขวนชื่อนั่น นับแต่นี้ต่อไป ตำแหน่งแห่งนี้ชื่อตำหนักฉางเซิง” คำพูดของเจียงหลีมิอาจขัดขืนได้
“พ่ะย่ะค่ะ!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
องครักษ์รับคำสั่งและถอยออกไป
ตำหนักฉางเซิง…อายุยืน…อายุยืน…ผู้คนบนโลกนี้ใครบ้างที่ไม่อยากอายุยืนบ้าง” ขณะนี้เกิดเสียงดังฉับพลันขึ้นจากระยะไกล
เจียงหลีหันหน้ามองชายชุดขาวเหนือโลกีย์และมีใบหน้าประดุจหยกที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้