ีก็มิได้ปฏิเสธ
ใบหน้าเล็กๆ อันจริงจังของนาง ถึงกับทำให้เฟิงสิงอวิ๋นไม่อยากที่จะพูดเล่นอีกต่อไป และหันไปมองผู้อำนวยการที่เดินมาพร้อมกัน แต่เขากลับนิ่งเงียบคงเดิม
ท่ามกลางการจ้องมองของเขา คนหลังหยิบลูกเก็บวิญญาณยุทธ์ออกมา
ทันทีที่ลูกเก็บวิญญาณยุทธ์ปรากฎตัว ดวงตาของเจียงหลีก็เป็นประกายและจ้องมองไปที่ลูกเก็บวิญญาณยุทธ์
ที่แห่งนั้น คือความหวังที่นางจะออกจากตาข่ายป้องกันนี้!
“รบกวนแล้ว” เฟิงสิงอวิ๋นยิ้มให้กับผู้อำนวยการและกำลังจะรับลูกเก็บวิญญาณยุทธ์มาจากเขา
แต่ทว่า ขณะที่เขาถือมันไว้นั้น กลับไม่สามารถขยับได้เลย เฟิงสิงอวิ๋นมองไปที่ผู้อำนวยการอย่างสงสัย คนหลังกลับไม่สนใจเขาและมองตรงไปที่เจียงหลี “เจียงหลี เจ้ารู้หรือไม่ว่าในลูกเก็บวิญญาณยุทธ์นี้คือวิญญาณยุทธ์ตัวไหน”
คำถามนี้แปลกเล็กน้อย เจียงหลีจะรู้ได้อย่างไร
“ข้าไม่รู้” เจียงหลีส่ายหัวตามความเป็นจริง
ทันทีที่ผู้อำนวยการออกแรงปัดลูกเก็บวิญญาณยุทธ์ที่วางอยู่บนมือของเฟิงสิงอวิ๋นทิ้ง คนหลังทั้งตะลึง ทั้งไม่ใส่ใจ และได้ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ผู้อำนวยการเดินเข้าใกล้เจียงหลีและมองหน้านางอย่างจริงจัง “วิญญาณยุทธ์ในนี้คือสัตว์อสูรอันดับที่หก เรียกว่านกอมตะ”
นกอมตะ!
ดวงตาของเจียงหลีหรี่ลงเล็กน้อยและมองไปที่ลูกเก็บวิญญาณยุทธ์ในมือของเขาด้วยความตกใจนกอมตะ นกอมตะ อมตะ…อมตะ…
เมื่อเจียงเฮ่าและลู่เสวียนได้ยินชื่อนี้ พวกเขาก็ตกใจเช่นกัน
แม้ว่าพวกเขาจะไม่เค