์ขั้นที่สองได้อยู่แล้วนะ” เจียงเฮ่าเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ลู่เสวียนตะลึงและพูดด้วยรอยยิ้ม “ประสานช้าหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร”
“ไร้สาระ!” เจียงเฮ่าสบถเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้ากลับไปจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการ เจ้าไม่กลัวหรือว่ากลับไปเช่นนี้ จะทำให้เขาโกรธและอาการแย่ลง”
“ข้า…” ลู่เสวียนถูกดุจนมึนงง
เจียงเฮ่าหายใจเข้าลึกๆ พลางยกมือตบไหล่เขาแล้วพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ลู่เสวียน ฟังข้านะ เวลานี้ เจ้าต้องฉวยเวลาทุกวินาทีเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ถึงจะเป็นประโยชน์ที่สุดกับเขา เจ้าต้องเข้าใจว่าหากเขาจากไป อาณาจักรจยาเซียนจะต้องเผชิญกับอะไร รวมถึงตอนนี้โจวยวนก็อยู่ที่นี่ด้วย หากเจ้ากลับไป เจ้าคงนึกไม่ถึงว่าระหว่างทางต้องเจอกับภัยอันตรายอะไรบ้าง เขาใช้ชีวิตเพื่อซื้อเวลาให้พวกเจ้าแข็งแกร่ง พวกเจ้าจะทำให้เขาผิดหวังได้อย่างไร”
คำพูดเหล่านี้ เขาไม่สามารถพูดกับน้องสาวตนได้ เพราะทนต่อสายตาที่เจ็บปวดของนางไม่ไหว แต่สำหรับลู่เสวียนกลับพูดออกมาได้ทันที
ในสมองของลู่เสวียนมีแต่เสียงหึ่งๆๆและคำพูดของเจียงเฮ่าทำให้เขาได้สติ
เขาค่อยๆ กำมือที่อยู่ด้านข้างไว้แน่นและเปลี่ยนเป็นแววตาที่แน่วแน่ “พี่เฮ่า ข้าเข้าใจแล้ว! ข้าจะยังไม่กลับไป! อีกสองสามวัน ข้าจะไปสมัครเข้าร่วมการประสานวิญญาณยุทธ์ดวงที่สองและตั้งใจฝึกฝน!”
“ดี เจ้าคิดได้เช่นนี้ดีที่สุดแล้ว! ไว้ข้าไปอาณาเขตหลิงอู่เป็นเพื่อนเจ้า” เจียงเฮ่าเป็นฝ่ายเอ่