น้าจริงจัง
คำเหล่านี้ ทำให้เจียงหลีถึงกับขมวดคิ้วและเม้มริมฝีปาก นางจะไม่เชื่อลู่เจี้ยได้อย่างไร กล่าวอีกนัยหคือในโลกแห่งนี้คนที่นางไว้ใจที่สุดก็คือเขา
รถม้าขับไปจนถึงหน้าประตูของสถาบันไป๋หยวน
เมื่อทั้งสองลงจากรถ พระอาทิตย์ได้ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว คนในสถาบันจึงมีจำนวนไม่มาก บ้างก็ไปกินข้าว บ้างก็กำลังฝึกฝนอยู่ ทำให้ดูเงียบๆ ไปมาก
เจียงหลีพาลู่เจี้ยกลับไปยังที่พักเป่ยย่วน
“ท่านนั่งรอข้าก่อน ข้าใกล้เสร็จแล้ว” เจียงหลีพูดกับลู่เจี้ยและหันหลังกลับไปที่ห้องพัก แล้วค้นหาป้ายอาญาสิทธิ์ที่สามารถเก็บหินวิญญาณได้
จะจากที่นี่ไปแล้ว ทรัพยากรทั้งหมดที่ได้มา ต้องนำกลับไปบางส่วน
เพียงแต่ แค่เพียงพริบตาที่เจียงหลีเดินออกมาก็พบว่าลู่เจี้ยไม่ได้นั่งรออยู่ในห้อง แต่กลับยืนอยู่นอกห้องแล้ว
ความวิตกกังวลเกิดขึ้นในหัวใจ
เจียงหลีเดินไปที่ประตู “ลู่เจี้ย ท่านกำลังทำอะไรอยู่ด้านนอก”
ตูม!
หลังจากนั้น เมื่อนางเดินไปที่ประตู พลังอันยิ่งใหญ่ก็ได้ผลักนางกลับไป
เจียงหลีเบิกตากว้างด้วยความตกใจและมองไปที่ลู่เจี้ยด้วยความเหลือเชื่อ “ท่านทำอะไรกันแน่”
ลู่เจี้ยที่กำลังหันหลังอยู่ค่อยๆ หันหน้าไปสบตานางผ่านประตูที่กั้นทั้งสองไว้ และมองเห็นถึงความโกรธและความตกใจในดวงตาของนาง
เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาของเจียงหลีกลับลุกเป็นไฟด้วยความโมโห
พลังวิญญาณถูกรวบรวมไว้ในมือของนาง
ตูม ตูม ตูม!
พลังวิญญาณที่รุนแรงทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่