ขณะที่เขาขยับตัวนั้นประดุจกับเมฆหมอกเลือนลาง และเมื่อเขานั่งลงกลับรู้สึกเหมือนเป็นราชาแห่งฟ้าดินที่ทำให้ทุกคนรู้สึกต่ำต้อย
ลู่เจี้ยนั่งอยู่บนที่นั่งด้วยดวงตาที่เกียจคร้านและปล่อยตัวตามสบาย เขามองไปที่ฮ่องเต้ซีเฉียนและไม่ใส่ใจกับการจ้องมองที่ก้าวร้าวจากดวงตาคู่นั้นแล้วกล่าวเสียงแผ่วเบา “ขอบพระทัยฝ่าบาทสำหรับการต้อนรับในครั้งนี้”
เขามาได้อย่างไร ไม่ได้บอกว่าจะจากไปแล้วหรือ เหตุใดฮ่องเต้ซีเฉียนถึงรู้ว่าเขาจะมา! และเตรียมที่นั่งไว้ให้ล่วงหน้าเช่นนี้!การปรากฏตัวของลู่เจี้ย ทำให้เจียงหลีสับสนในใจ
“ทำไมพี่ใหญ่ถึงมาที่นี่ได้” ลู่เสวียนพึมพำด้วยความงุนงง
นางไม่อยากให้ลู่เจี้ยต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้!
“ท่านทั้งหลายนั่งลงก่อนเถิด” ฮ่องเต้ซีเฉียนไม่ได้ใส่ใจเช่นกัน และใบหน้าอันยิ้มแย้มของเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่โดยมิอาจล่วงรู้ได้
“วันนี้ข้าอยากเลี้ยงฉลองให้แก่ผู้ถูกเลือกของสถาบันไป๋หยวนแห่งซีเฉียนและแสดงความยินดีกับนางที่ทำลายสถิติหลายรายการในการสอบวัดผลของทางสถาบัน เจ้ารู้หรือไม่ว่านางเป็นใคร” ฮ่องเต้ซีเฉียนตรัสตรงไปตรงมา
เขาไม่ต้องพูดอะไร เพราะเมื่อเขามองไปที่เจียงหลี ทุกคนล้วนมองไปที่เจียงหลีแล้ว ซึ่งแม้แต่ลู่เจี้ยเองก็มิได้ยกเว้น
เหล่าขุนนางแห่งซีเฉียนจดจ้องไปที่เจียงหลี ทั้งสำรวจและทั้งสงสัย
“ท่านทั้งหลายคงจะยังไม่รู้จักผู้ถูกเลือกคนนี้นัก นางคือองค์หญิงเสวียนเทียนจากอาณาจักรจยา