เมื่อนึกถึงรัชทายาทแห่งซีเฉียน ก็ปรากฏเงาของตัวร้ายผู้อวดดีในหัว
ตอนที่เพิ่งมาถึงซีเฉียน พวกเขาสองคนเคยขัดแย้งและต่อสู้กันบนถนน
จากนั้นนางเก็บตัวฝึกฝนอย่างหนักในสถาบันไป๋หยวนจึงลืมคนผู้นี้ไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะเฉียนจวิ้นแกว่งเท้าหาเสี้ยนต่อหน้านาง เกรงว่าสองพี่น้องนี่คงลืมนางไปหมดสิ้นแล้ว
แต่ทว่า รัชทายาทแห่งซีเฉียนตามหานางเพื่ออะไร
อีกทั้งยังมาตามหาหลังจากสอบเสร็จแล้ว
“เจ้านายของพวกเจ้าคือรัชทายาทแห่งซีเฉียนใช่หรือไม่” เจียงหลีหยั่งเชิงถามอีกครั้ง
“แม่นางช่างฉลาดนัก” เมื่อเห็นว่านางเดาถูก หลิงไซว่ทั้งสี่ก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป
“ไท่จื่อแห่งซีเฉียนอย่างนั้นหรือ”
เขาขมวดคิ้วถามเจียงหลี “เขาตามหาเจ้าเพื่ออะไร หรือการต่อสู้ของพวกเจ้าคราวก่อนยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ หนึ่งปีแล้วเขายังไม่หายแค้นเจ้าอีกหรือถึงได้มาหาเรื่องอีก”
เจียงหลีกระตุกมุมปาก ยอมให้กับความคิดในหัวสมองของลู่เสวียน
แต่นางก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของรัชทายาทซีเฉียนที่ตามหานาง ถึงอย่างไรการปะทะระหว่าสองคนอย่างที่ลู่เสวียนกล่าวมาอาจเป็นเหตุผลเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
“ข้าจะไปกับพวกเจ้า” ด้วยความสงสัยในใจ เจียงหลีจึงเปลี่ยนใจไปตามนัดหมาย
“ไม่ได้!” ลู่เสวียนรีบหยุดยั้ง
เจียงหลีส่งสายตาให้เขา ลู่เสวียนผงะ ทันใดนั้นก็เข้าใจความหมายที่เจียงหลีสื่อทันที
“รัชทายาทเทียบเชิญข้าคนเดียว ไม่ต้องให้เขาไปหรอกกระมัง” เจียงหลีชี้ไปที่ลู่เสวียน
หนึ่งในหลิง