“เอาล่ะ เจ้าก็เหนื่อยแล้ว รีบไปพักเถอะ” เมื่อเฟิงสิงอวิ๋นเห็นว่าเจียงหลีหมดคำถามแล้วก็เก็บพัดกลับคืนมา จากนั้นจึงเหาะจากไป
ขณะนั้นเองที่นางพบว่าตอนคุยกับเฟิงสิงอวิ๋น ผู้คนก็ออกไปไม่น้อยแล้ว
แม้กระทั่งเฉียนจวิ้นกับโจวยวนก็ไม่รู้ออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่
เจียงหลีกระโดดลงมาจากแท่นสูง รีบเดินไปยืนข้างมู่ชิงเกอแล้วเอ่ยขึ้น “ชิงเกอ พวกเรากลับราชวงศ์
จยาเซียนกันเถอะ” นางอยากไปหาลู่เจี้ยเพื่อบอกลู่เจี้ยว่าเขาจะไม่ตายแล้ว!
“ไม่ต้อง” มู่ชิงเกอรั้งนางเอาไว้
เจียงหลีไม่เข้าใจจึงมองนางอย่างสงสัย
ในเมืองอู๋อิ๋น ลานอันเงียบสงบซ่อนตัวอยู่ในสระน้ำของเมืองที่ดูเรียบง่าย
เงาแสงสองดวงลงมาจากท้องฟ้าหลีกเลี่ยงลานหน้าตำหนักและลงสู่ลานหลังตำหนักแทน
“เป็นใครกัน”
ผู้ที่เป็นองครักษ์ปรากฏตัวอย่างรวดเร็วเพื่อขัดขวางตรงหน้าประตูหลังตำหนัก
เมื่อแสงและเงาสลายไปและเผยให้เห็นคนสองคน องครักษ์เหล่านี้จึงกล่าวด้วยความประหลาดใจ “องค์หญิงเสวียนเทียน!”
เจียงหลีมองไปที่มู่ชิงเกอ
มู่ชิงเกอกลับยกมือขึ้นชี้นิ้ว “คนที่เจ้าอยากพบ อยู่ในนี้”
ลู่เจี้ย!
ลู่เจี้ยมาเมืองอู๋อิ๋นแล้ว!
เขาไม่ได้ผิดสัญญา!
เจียงหลีรู้สึกราวกับฟ้าผ่ากลางใจ ไม่ทันได้คิดอะไรมากนางก็รีบวิ่งเข้าไปในตำหนัก อีกทั้งเหล่าองครักษ์ก็มิได้ขัดขวางนางแต่อย่างใด ในขณะที่นางวิ่งผ่านไปพวกเขาก็หลบหลีกไปด้านข้างและคุกเข่าลงข้างหนึ่ง