่ยวอะไรกับพวกเจ้ามิทราบ” ผู้อำนวยการต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
เจียงหลีในตอนนี้เป็นดั่งแสงส่องประกายแห่งวิทยาเขตซีเฉียน จะออมมือให้ผู้อื่นโดยง่ายได้เยี่ยงไร
“เอะ คำพูดนี้ของเจ้าช่างไม่สมเหตุสมผล ก่อนการสอบพวกใจไม่เห็นสนใจใยดีเด็กน้อยของข้าเลย ตอนนี้ความมองเห็นความสามารถที่ไม่ธรรมดาของนางก็เลยอยากอาศัยวัตถุนอกกายอย่างหินวิญญาณเพื่อเอาชนะใจนางหรือ” เฟิงสิงอวิ๋นพูดพลางแกว่งพัด
น้ำเสียงราวกับปกป้องทำให้เจียงหลีหันไปมองเขา
เด็กน้อยของข้า ทำให้นางใจอ่อนลงทันที
ฟางสิงอวิ๋นมองมาที่นางเช่นกันด้วยแววตาเจือรอยยิ้ม ให้นางอย่าได้หุนหันพลันแล่น
เจียงหลีเข้าใจและยืนอย่างสงบระหว่างทั้งสองคนแล้วถือป้ายคำสั่งไว้ในมือ เหลวไหล หินวิญญาณมอบให้นางแล้วจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร
แม้ว่านางไม่แน่ใจเกี่ยวกับแผนของเฟิงสิงอวิ๋น แต่นางก็รู้สึกว่าเฟิงสิงอวิ๋นจะไม่มีวันทำร้ายนาง
“เจ้าหมายความอย่างไร หาว่าพวกเรามิเคยสนใจใยดีอย่างนั้นหรือ” ผู้อำนวยการขมวดคิ้ว
เฟิงสิงอวิ๋นยกยิ้ม สะบัดพัดอ้อยอิ่งแล้วเอ่ยขึ้น “เรื่องอื่นไม่พูดถึง เอาแค่สองเรื่อง เด็กน้อยของพวกข้าจากไกลหมื่นลี้เพื่อมาวิทยาเขตซีเฉียน แล้วมีอาจารย์คอยชี้แนะให้นางบ้างไหม นางอาศัยลองผิดลองถูกฝึกฝนด้วยตัวเองทั้งนั้น อีกทั้งคราวก่อนที่มีศิษย์ของสถาบันถูกฆ่าตาย เด็กน้อยของข้าก็โดนเป็นแพะรับบาป สุดท้ายเรื่องจบโดยไม่ข้อสรุป คนที่รังแกเด็กน้อยของพวกข้าเป็นค