ิ้มตาหยี แววตาสุกใสเป็นประกายค่อยๆ กวาดมองผู้เข้าร่วมทดสอบรอบๆ
ทุกคนหลบเลี่ยงสายตาของนางที่มองผ่านมาอย่างทำตัวไม่ถูก ท่าทีพยาบาทเหล่านั้นพาลลดลงไปไม่น้อย
อันที่จริงหากพวกเขาไม่ละโมบโลภมาก หากพวกเขาไม่ได้อยู่ในพวกเขาทั้งสองฝ่าย ไม่ได้เลือกเฉียนจวิ้น บางทีพวกเขาอาจจะไม่ต้องตกรอบ เป็นไปได้ว่าอาจเข้าไปอยู่ในรายชื่อสิบอันดับแรก
ตอนนี้จะพูดอะไรก็สายไปเสียแล้ว การทดสอบจบลงไปแล้วไม่มีใครเข้ารอบสิบอันดับแรก ก็เท่ากับว่าคะแนนเป็นศูนย์ พวกเขาทำได้เพียงกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
แต่พวกเขาภาวนาว่าการทดสอบคราวหน้าอย่าได้เจอะได้เจอดาวร้ายอย่างเจียงหลีนี่อีกเลย!
“เจียงหลี! เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!” เฉียนจวิ้นฉุนขาด โจวยวนที่อยู่ข้างเขาก็จ้องเจียงหลีเขม็งด้วยนัยน์ตาอาฆาตแค้น
“เจ้าก็รนหาที่ตายเหมือนกัน” เจียงหลียังคงยิ้มยียวนอยู่อย่างนั้น
เพียงแต่ ใครๆ ต่างก็เห็นความเฉียบคมในแววตาของนาง
“พอได้แล้ว!” ท่ามกลางการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างสองคน ในที่สุดผู้อำนวยการสอบจึงเอ่ยปากห้าม
เขามีสีหน้าเรียบนิ่งไม่สบอารมณ์
การจัดการสอบของเขามีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เดิมทีจะต้องมีผู้เข้ารอบสิบคน ตอนนี้มีเพียงสามคนเท่านั้น อีกทั้งคนอื่นยังมีคะแนนเป็นศูนย์ เขาจึงรู้สึกลำบากใจมากเช่นกัน
แต่ก็เป็นดั่งที่เจียงหลีกล่าวมา กฎเกณฑ์การสอบยอมรับผลคะแนนของนางแล้วนั่นคือเรื่องจริง
“พวกเจ้าเงียบให้หมด การสอบครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว คนที่ผ่า