นเข้ารอบคือเจียงหลี เจียงเฮ่าและลู่เสวียน ชื่อของเขาทั้งสามคนบันทึกลงทะเบียนแล้วมิสามารถแก้ไขได้ หากพวกเจ้าไม่พอใจก็กลับไปฝึกฝนให้หนักกว่านี้ ปีหน้าค่อยมาสอบใหม่ อีกอย่างบุญคุณความแค้นระหว่างการสอบ หลังการสอบจบสิ้นทุกอย่างถือเป็นโมฆะ หากทางสถาบันรู้เข้าว่ามีผู้ใดแก้แค้นเป็นการส่วนตัว กระทำเรื่องที่ผิดกฎก็เตรียมตัวแบกรับความพิโรธของสถาบันได้เลย” ผู้อำนวยการสอบเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ประโยคสุดท้ายทำเอาเจียงหลีถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างประหลาดใจ สีหน้าของเฉียนจวิ้นและโจว
ยวนมืดหม่นกว่าเดิม
“สมควรทำเช่นนี้ มิฉะนั้นทุกครั้งการสังหารที่เกิดจากการสอบถูกนำออกสู่ภายนอกสถาบันไป๋หยวนแห่งนี้ก็จะว่างเปล่าเนื่องจากการต่อสู้ภายใน” มู่ชิงเกอยิ้มขำ
“แต่ข้าเดาว่าเฉียนจวิ้นนั่นคงไม่เชื่อฟังหรอก” เจียงหลีกวาดสายตามองเฉียนจวิ้นแล้วหัวเราะเบาๆ
มู่ชิงเกอเบนสายตามองเขา “ต่อให้เจ้าอยากยุติใจจะขาดแค่ไหนเดี๋ยวเขาก็รนหาที่เอง”
“ใช่น่ะสิ เดี๋ยวเขาก็รนหาที่เอง ข้าคงไม่ต้องเปลืองแรง” แววตาของเจียงหลีเย็นเยียบ เฉียนจวิ้นไม่ปล่อยความแค้นนี้ไปง่ายๆ แล้วนางจะปล่อยไปได้อย่างไร
“พอแล้ว ดูท่าทางพวกเจ้าตอนนี้สิยังสมเป็นศิษย์สถาบันไป๋หยวนของข้าอยู่อีกไหม แค่การสอบคราวนี้ทำให้พวกเจ้าสู้มาถึงขนาดนี้ได้อย่างไร” เมื่อเห็นทุกคนก้มหน้าก้มตาอย่างสลดหดหู่ ผู้อำนวยการสอบจึงอดพูดไม่ได้
ขณะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีม้วนกระดาษสีทองโผล่ข