องคนนั้นด้วยความอำมหิตอย่างปิดไม่มิดจึงทำให้เฉียนจวิ้นใจสั่นผวาและพิโรธยิ่งกว่าเดิม
“องค์ชายรอง รีบถอยออกมา” หู่อี้ผลักเฉียนจวิ้นออกอย่างแรงแล้วเอาตัวเองมาบังข้างหน้าเจียงหลีเอาไว้
เจียงหลีกระตุกยิ้มมุมปากและรอยยิ้มนั้นช่างดูประหลาดเหลือเกิน
หู่อี้นึกหวาดหวั่นโดยไม่มีเหตุผล “เจ้ายิ้มอะไร เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นแค่หลิงเจี้ยงคนหนึ่งจะสามารถเอาชนะหลิงไซว่ได้อย่างนั้นหรือ”
“หากอยากเอาชนะเจ้า ไม่จำเป็นต้องสู้กับเจ้า” จู่ๆ เจียงหลีก็เอ่ยขึ้น
ในขณะที่หู่อี้กำลังสงสัยว่าคำพูดของเจียงหลีหมายถึงอะไร ทันใดนั้นเฉียนจวิ้นที่อยู่ข้างหลังเขาก็ส่งเสียงร้องตกใจ
“อ้าก!หู่อี้ช่วยข้าด้วย”
แย่แล้ว!
หู่อี้หันกลับไปทันควัน ดันไปเห็นเฉียนจวิ้นที่เขาผลักไปข้างหลังอย่างปลอดภัยแต่แล้วกลับล้มตัวอยู่บนพื้น ราวกับมีภูเขาลูกใหญ่ที่มองไม่เห็นกดทับเอาไว้บนร่างของเขา
เฉียนจวิ้นพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายแต่กลับมิสามารถหลุดพ้น ภูเขาลูกใหญ่ที่ทับร่างเขาดูเหมือนจะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ กดทับเสียจนอวัยวะภายในแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ
ความเจ็บปวดที่ไม่สามารถอธิบายได้กำลังทรมานเขา จะหนีก็หนีไม่พ้น แต่ก็ยังตายตอนนี้ไม่ได้
อัปยศ! อดสู!
บททดสอบครั้งหนึ่ง เขาเป็นถึงองค์ชายผู้สง่างาม แต่เขากลับถูกเจียงหลีหยามเกียรติด้วยกลอุบายแบบเดียวกัน
ยามนี้ เฉียนจวิ้นมิเพียงแต่เจ็บปวดร่างกายเท่านั้น แต่ในใจเขาเกลียดแค้นยิ่งกว่า
“องค์ชาย!” หู