ป็นเพื่อนเจียงหลีก็เกรงว่าอาจเดินนำไปข้างหน้าตั้งนานแล้ว
ทำไมเขาแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
เขาแข็งแกร่งมาก
ทั้งสองแอบตกใจ สายตาที่มองมู่ชิงเกอพลันแปรเปลี่ยน โดยเฉพาะเจียงเฮ่า เขาไม่รู้มาก่อนว่าน้องสาวคู่ควรรู้จักกับคนที่เก่งกาจขนาดนั้น
“บันไดหินนี้ดูเหมือนจะธรรมดา แต่กลับมีผลต่อประสิทธิภาพของร่างกาย ยิ่งปีนยิ่งสูงก็ยิ่งสามารถเอาชนะพลังร่างกายของเราและขับไล่สิ่งสกปรกออกไปได้” จู่ๆ มู่ชิงเกอก็ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นมองไปทางสองคนนั้น
เจียงหลีก็ดูอย่างจริงจัง “ถึงจะช้าไปสักหน่อยก็อย่าหยุด พอหยุดชะงักประสิทธิภาพของการฝึกร่างกายก็จะสูญหายไป”
ทั้งสองตกใจแล้วพยักหน้าด้วยสีหน้าหนักแน่น
เมื่อครู่ตอนรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าพวกเขาเคยคิดอยากจะพักจริงๆ เพียงแต่เมื่อมองไปทางผู้หญิงอย่างเจียงหลีที่ไม่มีหยุดพัก พวกเขาจึงรู้สึกเละอายใจ
เฉียดฉิวๆ!
หลังจากเตือนสติสองคนนั้นแล้ว ทั้งสี่ก็เดินขึ้นบันไดหินต่อ
ตลอดทางยิ่งปีนขึ้นก็ยิ่งสูง ป่าเขาลำเนาไพรข้างล่างค่อยๆ ผลุบหายไปกลายเป็นเมฆหมอกโอบล้อมรอบกาย เมื่อช้อนสายตาขึ้นมองก็ยังคงไม่เห็นปลายทางของบันไดหิน
หรือบางทีปลายบันไดหินอาจซ่อนอยู่ในส่วนลึกของเมฆหมอก
เดินหน้าต่อไปโดยไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไหร่แล้ว เพราะมันนานเสียจนลืมเวลาไปแล้ว
เสียงหอบหายใจของเจียงเฮ่าและลู่เสวียนกระหืดหอบหนัก เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลพลั่กจากแก้มของพวกเขาหยดลงบนขึ้นบันไดหิน
แม้กระทั่งเจียงหลีก็ยังมีสี