หน้าตึงเครียด เส้นผมเปียกชื้นแนบใบหน้า
“เดินต่อไป อย่าเพิ่งท้อ” เจียงหลีตะโกนเสียงดังพร้อมกับเดินขึ้นไปอีกขั้น
ลู่เสวียนและเจียงเฮ่าเห็นเง่าร่างของเจียงหลีที่เดินนำหน้าก็กัดฟันรีบตามขึ้นไปติดๆ
ในบรรดาสามคนเจียงหลีดีหน่อยแต่ก็เริ่มหมดแรงเช่นกัน ขาทั้งสองข้างของเจียงเฮ่าและลู่เสวียนเริ่มอ่อนราวกับว่าไม่ใช่ตนเองเสียแล้ว
พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าปีนบันไดหินจะเหนื่อยขนาดนี้
หากยามนี้เจอศัตรูเข้า พวกเขาไม่มีแรงสู้กลับไปอย่างแน่นอน แต่ยังโชคดี พวกเขาเดินมาตั้งนานแล้วไม่ยักเห็นใครสักคน ข้างหลังก็ไร้ร่องรอยคนที่ตามมา
“สรุปว่าต้องนานอีกเท่าไรกว่าจะถึง” ลู่เสวียนกระหืดหอบเงยหน้ามองข้างหน้าอย่างหมดหวัง
“ใกล้แล้ว อดทนหน่อย” เจียงหลีเอ่ยตอบ
รู้ทั้งรู้ว่าเป็นเพียงการปลอบใจเขาเท่านั้นแต่ลู่เสวียนก็ยังยอมถอนหายใจแล้วเดินขึ้นต่อไป
หนึ่งก้าว! สองก้าว! สามก้าว!
บนบันไดหินนี้ทำได้เพียงพึ่งพาตนเอง ใครก็มิสามารถช่วยเหลือได้
ในที่สุดเจียงหลีก็เหยียบเท้าไปที่บันไดหินขั้นสุดท้ายตู้ม!ในขณะที่นางถึงบันไดขั้นสุดท้าย หมอกควันสีเทาก็ระเบิดออกมาจากภายในร่างกายของนางแล้วสูญสลายไร้ร่องรอย ทันใดนั้นความเหนื่อยล้าทั่วร่างพลันหายไปด้วยและร่างกายของนางก็เบาขึ้นมาก
นางรู้สึกประหลาดใจก็เลยรีบโคจรพลังวิญญาณจึงพบความน่าทึ่ง หลังจากขึ้นสู่ขั้นบันไดนี้พบว่าพลังวิญญาณของนางโคจรได้ราบรื่นมากกว่าเดิม
“รู้สึกถึงประโยชน์ของมันแล้ว