“…” เจียงเฮ่ามองผู้เป็นน้องสาวด้วยความตกใจ
วาจาเช่นนี้เอ่ยออกมาจากปากของนางทำเอาเขามิรู้ว่าจะว่ากล่าวตักเตือนเยี่ยงไรดี
สีหน้าเจียงหลียังคงเย็นชาแล้วพูดต่อ “ชิงเกอเป็นสหายสนิทของข้า ผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะมาเยี่ยมข้าเพียงเท่านั้น พวกเจ้าไม่ต้องใส่ใจ สำหรับคำพูดเมื่อครู่นี้ ข้าหวังว่าต่อไปอย่าได้เอ่ยออกมาจากปากของพี่ใหญ่อีก”
ดวงตาสุกใสจ้องมองมาที่ตัวเองเขม็ง เจียงเฮ่ารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นทาบทับมายังร่างของเขาจึงทำได้เพียงพยักหน้าให้เจียงหลีแล้วเปล่งคำว่า “ได้” ออกมาจากลำคอเท่านั้น
เมื่อเขาตกปากรับคำแรงกดดันที่ทับร่างพลันเบาลง
เจียงเฮ่ามองเจียงหลีด้วยความตกใจ ดูเหมือนจะตระหนักได้ว่าน้องสาวของเขาเติบโตจนสูงเกินเอื้อมโดยที่เขาไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว
อาหลี ตกลงตอนนี้เจ้าฝึกฝนอะไรกันแน่ ปัญหานี้ที่เขาเพิกเฉยมานานจู่ๆ ก็นึกสะกิดใจขึ้นมา
ตอนที่เพิ่งเข้าสถาบันไป๋หยวนแห่งซีเฉียน เจียงหลีก็บรรลุหลิงเจี้ยงขั้นห้าแล้ว ผ่านไปปีกว่านางทุ่มเทฝึกฝนจนบัดนี้ไม่รู้ว่าบรรลุถึงระดับไหน
“พี่ใหญ่ เรื่องรักใคร่จะหวานชื่นหรือขมขื่นมีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นถึงจะรู้ดี ข้าไม่ยุ่งเกี่ยวทางเลือกของพี่ใหญ่ในอนาคต ส่วนพี่ใหญ่ได้โปรดสนับสนุนการตัดสินใจของข้าเช่นกันด้วย” เจียงหลีระงับอารมณ์คุกรุ่นปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง
เจียงเฮ่าหวังดีกับนางจากใจจริง นางเองก็ไม่อยากห่างเหินกับพี่ใหญ่คนนี้