ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ เมื่อเห็นการเผชิญหน้าของทั้งสองฝั่งแล้ว คิดอยู่สักครู่ ต่างก็ยืนแอบดูอยู่ข้างๆ
“เจียงหลีอยู่ข้างใน รอให้นางออกมาก่อน พวกเจ้าค่อยเข้าไปทำภารกิจ” มู่ชิงเกอกล่าวอย่างช้าๆ
แต่ว่า เฉียนจวิ้นสายตาเคร่งเครียด เขาเป็นถึงองค์ชาย กลับให้เขารออยู่ที่นี่หรือ “ไสหัวไป!”
มู่ชิงเกอยกปลายคิ้ว กี่ปีแล้ว ที่ไม่มีคนมาพูดเช่นนี้กับนาง
หู่อี้ที่ยืนอยู่ข้างกายเฉียนจวิ้น เฝ้ามองมู่ชิงเกออย่างระแวดระวัง กล่าวเสียงแผ่วเบาข้างหูเฉียนจวิ้น “องค์ชายรอง คนผู้นี้ยากจะคาดเดา อย่าล่วงเกินเลยจะดีกว่าขอรับ”
“ไร้ประโยชน์! ข้าพาเจ้าเข้ามา เพื่อจะมาฟังคำพูดไร้ประโยชน์เหล่านี้ของเจ้าหรือ” เฉียนจวิ้นสายตาเคร่งเครียดกว่าเดิม
ดวงตาของหู่อี้มีความโมโหแล่นผ่าน
เขาเป็นถึงหลิงไซว่ขั้นสูงที่ราชสำนักบ่มเพาะเลี้ยงดู ต่อให้อยู่หน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้ ก็ได้รับความเคารพนับถือ แต่ว่า องค์ชายรองผู้นี้ถือว่าฮ่องเต้เอ็นดูตน กลับไร้มารยาทกับเขาเช่นนี้
ทว่า หน้าที่ของเขาก็คือการรักษาความปลอดภัยให้กับองค์ชายรอง ช่วยให้เขาได้เป็นที่หนึ่งของการสอบวัดผลครั้งนี้ ดังนั้น เขาจะขัดขืนคำสั่งของเขาไม่ได้
“องค์ชายรอง ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา” หู่อี้คิดทบทวนอยู่สักครู่ สุดท้ายก็พูดความจริงกับเฉียนจวิ้น
ดวงตาของเฉียนจวิ้นเต็มไปด้วยความโมโห เขาพาหู่อี้เข้ามา ไม่ใช่เพื่อมาฟังคำพูดประโยคนี้
ตู้ม…!
ทว่า เวลานี้เอง เจดีย์หินด้านหลังมู่ช