“แน่นอนอยู่แล้ว!” มู่ชิงเกอยักคิ้วสนอง
เจียงหลียิ้มเบาๆ เดินไปพร้อมกับมู่ชิงเกอ มุ่งไปยังที่ที่แผนที่ชี้เป้า “ร้อยคะแนนได้มาอย่างงายดาย”
“หากพบคนระหว่างทาง จะแย่งคะแนนหรือไม่” มู่ชิงเกอเอ่ยถาม
เจียงหลีส่ายหน้า “ไม่ต้องรีบร้อน ตอนนี้ยังวันที่สองอยู่ ถึงแม้จะมีคนได้คะแนน แต่จะได้เท่าไรเชียว แพะ ต้องเลี้ยงจนอ้วนก่อนแล้วค่อยเชือด”
ทันใดนั้น นางก็ชะงักไป กลอกตามองไปทางมู่ชิงเกอ มองดูท่าทางกลั้นหัวเราะของนาง ก็เลิกคิ้ว “ดีจริงๆ! เจ้าลองใจข้า! ว่าแต่ ในสายตาเจ้าข้าโง่เขลาเพียงนั้นเลยหรือ”
“ไม่โง่ แต่กลับกัน จักรพรรดินีฉลาดเฉลียวมากเพคะ” มู่ชิงเกอส่ายหน้าพลางหัวเราะ “เพียงแต่ เจ้าเกียจคร้านนัก ข้ากลัวว่าเจ้าจะเปื่อยเอาได้”
หากไม่ได้เห็นกับตาว่าเจียงหลีได้มีชีวิตต่อไปจริงๆ นางจะจากไปอย่างวางใจได้อย่างไร
ถูกมู่ชิงเกอพูดจี้จุด เจียงหลีมุมปากก็กระตุกอย่างแรง ไร้ซึ่งคำโต้งเถียงใด เหอะๆ นางยอมรับว่าตนนั้นเกียจคร้าน…เล็กน้อย
ต้องบอกว่า ต่อหน้าคนที่นางไว้ใจและมีความสามารถนั้น เมื่อนางพบเจอปัญหาใดก็มักคร้านที่จะใช้สมอง
เหมือนเมื่อก่อนที่นางติดตามมู่ชิงเกอ เหมือนปัจจุบันที่นางพึ่งพาอาศัยลู่เจี้ย
“ข้าจะพยายามปรับปรุงตัว” เจียงหลีถูกสายตาของมู่ชิงเกอจ้องจนขนลุกจึงได้แต่พยักหน้า
มู่ชิงเกอยิ้มพลางส่ายหน้า ไม่พูดอะไรต่อ