โจวยวนสะดุ้งเล็กน้อย ผู้สนับสนุนคนเดียวในซีเฉียนของนางคือเฉียนจวิ้น
หากเฉียนจวิ้นละทิ้งนาง จากความสามารถของนางจะเฉิดฉายในการวัดผลได้อย่างไร
“ฝ่าบาทไม่ต้องการยวนเอ๋อร์แล้วหรือเพคะ” โจวยวนบีบน้ำตาและมองเขาอย่างน่าสงสาร
เฉียนจวิ้นยื่นมือออกมา และบีบแก้มนุ่มนิ่มของนางหนึ่งที ดวงตามีความคลุมเครือเล็กน้อย “ยวนเอ๋อร์อย่าคิดมาก แค่ให้ความเอ็นดูเจ้ายังไม่พอเลยด้วยซ้ำ เหตุใดข้าจะไม่ต้องการเจ้าแล้วเล่า ข้าแค่จะเปลี่ยนคู่หูเท่านั้น เจ้าดูสิ คนรอบๆ ตัวเจียงหลี แม้แต่อาจารย์ ในสำนักยังคิดว่าวรยุทธ์นางสูงเกินไปเลย หากข้าไม่ไปขอความช่วยเหลือ คราวนี้เจียงหลีก็ได้หน้าแล้วน่ะสิ”
“แต่…แต่ถ้าท่านเป็นคู่หูกับคนอื่น เช่นนั้นข้าจะทำอย่างไร” โจวยวนถามอย่างกระวนกระวาย
เฉียนจวิ้นหัวเราะ “ไม่ต้องกังวล ยวนเอ๋อร์ ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไปไหน ในเมื่อข้าต้องการเปลี่ยนคู่หู ข้าย่อมต้องเตรียมผู้แข็งแกร่งไว้ให้เจ้าอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นเรายังสามารถจูงมือเข้าสู่สถานที่แห่งการวัดผลด้วยกันได้”
เมื่อได้ยินเพียงเท่านี้ ความประหม่าของโจวยวนก็ผ่อนคลายลงในที่สุด “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ทำแผนการของฝ่าบาทได้เลยเพคะ”
“เป็นเด็กดีนะ! ” เฉียนจวิ้นก้มศีรษะลง พ่นลมหายใจร้อนไปที่ใบหูของนางและพูดด้วยเสียงที่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน “ท่าทางว่าง่ายของเจ้าช่างน่าดึงดูดเหลือเกิน ทำให้ข้าอยากจะกลืนกินเจ้าในคำเดียว”