คำพูดที่คลุมเครือที่มีนัยแฝงเหล่านี้ ทำให้แก้มของโจวยวนแดงก่ำ พูดด้วยน้ำเสียงแกล้งโมโห “ฝ่าบาททท! ”
เฉียนจวิ้นมองไปที่ตำแหน่งที่ตระหง่านของนางอย่างกระหาย แอบถอนหายใจว่ายังไม่ใช่เวลา หากเปลี่ยนเวลาและสถานที่ เขาจะต้องกลืนคนงามอันโอชะนี้ลงท้องไปอย่างแน่นอน เมื่อสงบใจได้แล้ว เฉียนจวิ้นก็ได้กระจายข่าวของยอดฝีมือออกไป
อีกฟากหนึ่ง ผู้อำนวยการสอบยังคงไร้ความคืบหน้า
“สถาบันเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้ ตอนนี้จะกลับคำหรือ หากคำพูดเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไป เกรงว่ามันจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของสถาบันเอาได้” เจียงหลีหัวเราะเย็นเยือก
ดวงตาของผู้อำนวยการสอบเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง
ในความเป็นจริง ให้เขาพูดคำกลับไปกลอกมาเช่นนี้ ตัวเขาเองก็อับอายจนร้อนไปทั้งหน้า
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่าปัจจัยผันแปรของการวัดผลครั้งนี้อยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ เขาจึงต้องกัดฟัดและพูดออกไป
“นั่นน่ะสิ! ตอนที่พวกเราไปประท้วง สถาบันก็พูดออกมาเต็มปากเต็มคำ เหตุใดตอนนี้กลับมาคืนคำได้เล่า”
“ถูกต้อง! หรือว่า แค่ยอมให้พวกชนชั้นสูงนำยอดฝีมือเข้ามาได้ พวกเราลูกสามัญชน ต้องยอมรับโชคชะตาใช่ไหม”
“สถาบันไป๋หยวนมีชื่อเสียงในเรื่องความยุติธรรมและตรงไปตรงมา หรือวันนี้ต้องการทำลายเอกลักษณ์นั้นไปหรือ”
“…”
ในวงแห่งการสอบวัดผล ลูกศิษย์ที่ไปประท้วงเหล่านั้น ตลอดจนลูกศิษย์ที่ไม่ใช่ยอดฝีมือก็มาช่วยถือโอกาสเข้าร่วมการซักถามเช่นกัน