ในเมื่อสถาบันไป๋หยวนเคยพูดเอาไว้อย่างทระนงเช่นนั้น ณ ตอนนี้เหตุใดถึงได้กลืนน้ำลายตัวเองได้
พวกเขาไม่ได้พยายามช่วยเจียงหลี พวกเขาแค่ไม่พอใจกับกฎการสอบวัดผลของสถาบัน ซึ่งทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ตั้งแต่การหาคู่หูในตอนแรกแล้ว
“เจ้ารอก่อน” เสียงคัดค้านดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้อำนวยการสอบมิอาจต้านทานได้
เขากล่าวประโยคนี้กับเจียงหลี ก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าจะเข้าพบเจ้าสำนักและเหล่าคนใหญ่คนโตเพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการรับมือ
เวลาในการสอบวัดผลถูกทำให้ล่าช้า ซึ่งทำให้เฉียนจวิ้นมีเวลามากพอ
ไม่นาน ผู้อำนวยการสอบก็กลับมา นอกจากเจ้าสำนักของสถาบันไป๋หยวนแห่งซีเฉียนแล้ว เฟิงสิงอวิ๋นผู้เป็นแขกของสถาบันจากต่างเดินออกมากับเขาด้วยเช่นกัน
เมื่อเฟิงสิงอวิ๋นมาถึง เขายิ้มไปทางเจียงหลี
นับเป็นครั้งแรกที่เจียงหลีและผู้คนมากมายได้เห็นเจ้าสำนักตัวจริง ชายชราสามัญชน ผมสีหิมะ ผิวแดงก่ำ มีชีวิตชีวา ดูเป็นคนธรรมดาและใจดีคนหนึ่ง
ไม่มีใครคิดว่า เจ้าสำนักสถาบันไป๋หยวนแห่งซีเฉียนจะเป็นคนที่ดูเหมือนไร้พิษภัยเช่นนี้
“ไม่ทราบว่าท่านผู้สูงส่งท่านนี้มาจากที่ใดหรือ” ทันทีที่เจ้าสำนักปรากฏตัว เขาเดินตรงไปที่หน้ามู่ชิงเกอ และถามด้วยความเคารพ
มู่ชิงเกอยิ้มและตอบอย่างกระชับ “ข้าเป็นสหายสนิทของเจียงหลี มาเป็นคู่หูของนาง ไม่ทราบว่าข้าทำผิดกฎหรือไม่”
เจ้าสำนักยิ้มออกมาอย่างไร้ความรู้สึก “นับว่าไม่ได้ผิดกฎอะไร”