“อ้าก! อย่าฆ่าข้าเลย ข้าพูดๆ…ข้าไม่เห็นเจ้าฆ่าคน…ข้าพูดมั่วซั่วโดยไม่มีหลักฐาน…” ชายผู้นั้นตกใจกับความน่าเกรงขามของเจียงหลีอย่างมากจนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นและปิดตาตะโกนร้องเสียงดังลั่น นางกล้าลงมือฆ่าคนจริงๆ!
เหอะ!
ขี้ขลาดตาขาวเช่นนี้เลยหรือ
สายตาที่เหยียดหยามทุกคู่จับจ้องมาที่เขา
มุมปากเจียงหลีโค้งขึ้นเล็กน้อย ชำเลืองมองเจียงซย่าที่สีหน้าเศร้าหมองเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
เจียงซย่ากวาดสายตาไปที่คนบนพื้นอย่างเคร่งเครียด “พูดมา! ตกลงเจ้าเห็นอะไรบ้าง เหตุใดถึงต้องมาใส่ร้ายศิษย์ร่วมสำนักด้วย หรือจริงๆ แล้วพวกเจ้าทั้งสองเป็นคนลงมือสังหารทังจงเฉา”
“ใต้เท้าขอรับ ไม่ใช่ ไม่ใช่ข้า…” ชายผู้นั้นโต้กลับด้วยความหวาดกลัว แต่หางตาของเขากลับกวาดไปยังตำแหน่งของเฉียนจวิ้นและโจวยวนโดยไม่รู้ตัว
แน่นอนว่าเมื่อเขาได้รับคำเตือนจากดวงตาอันดุดัน เขาก็กลัวมากจนต้องหลบสายตาและหมอบลงบนพื้นด้วยเนื้อตัวสั่นเทา และเมื่อเขาต้องการอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็กลับกลายเป็นเสียงครวญคราง
การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของเขา ไม่อาจหลบหลีกสายตาของเจียงหลีไปได้
เพียงแต่ แม้นางจะเห็นแล้วก็ตาม แต่กลับไม่เอ่ยปากพูด เพียงแค่แววตาของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างเย็นชาเท่านั้น
“พี่ใหญ่ มีกฎข้อบังคับหรือไม่ว่าหากใส่ร้ายศิษย์ร่วมสำนัก จะต้องได้รับโทษเช่นไร” เจียงหลีถามอย่างกะทันหัน