เหมือนกับว่าเฉียนจวิ้นจะไม่ฟังคำอธิบายของนางเลย และพูดอย่างผิดหวังว่า “น่าเสียดาย โอกาสอยู่แค่เอื้อม กลับคว้าเอาไว้ไม่ได้ ข้าอยากเห็นใบหน้าอันหยิ่งผยองของนางเผยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูกออกมาให้เห็นเสียจริง คงจะน่าสนใจและน่าหลงใหลยิ่งนัก”
เสียงคำอธิบายของโจวยวนค่อยๆ จางหายไป นางเงยหน้าขึ้นมองดวงตาของเฉียนจวิ้นด้วยความขยะแขยงที่พุ่งขึ้นทะยานสู่หางตา
“ช่วงนี้ เสด็จพี่ของข้าเคลื่อนไหวมากแล้ว ข้าต้องจับตาทางนั้นก่อน เจ้าอยู่ที่สถาบันไป๋หยวนอย่าได้สร้างปัญหาให้ข้าอีก ได้ยินหรือไม่” เฉียนจวิ้นหันหน้ามาสบตานางและกล่าวเตือนอย่างเย็นชา
โจวยวนก้มศีรษะ ลดสายตาลง และกล่าวด้วยความเคารพ “เจ้าค่ะ”
รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเรียบร้อยของนางนั้นตรงกันข้ามกับความเย่อหยิ่งและเย็นชาที่คนนอกมองเห็น เฉียนจวิ้นโค้งริมฝีปากขึ้นด้วยความพอใจ แล้วเดินเข้าไปยืนตรงหน้านางอย่างช้าๆ ยกคางนางขึ้น เผยให้เห็นถึงลำคอเรียวยาว
“อย่างนี้สิถึงจะน่ารัก” เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้และสูดดมคอของนางซ้ำๆ
โจวยวนอดกลั้นฝืนทนต่อความสะท้านใจที่น่าขยะแขยงนี้ ปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ ขณะที่เฉียนจวิ้นไม่ทันสังเกตเห็น ความเกลียดชังของนางที่มีต่อลู่เสวียนและเจียงหลีก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย
…
สถาบันไป๋หยวนซีเฉียนเงียบสงบลงอีกครั้ง