เจียงซย่ามองไปที่นางโดยมองเข้าไปนัยน์ตาของนาง ไม่เพียงแต่นางจะไม่มีความผิดแล้ว นางยังมีท่าทางไม่สบอารมณ์กับการมาเยือนอย่างเอิกเกริกเช่นนี้อีกด้วย
ณ เป่ยย่วน ผู้คนจำนวนมากต่างพากันตื่นตระหนกและเดินออกมาทีละคน
“เกิดอะไรขึ้นหรือ”
“ข้าไม่รู้! ”
“ฝ่ายยุติธรรมทั้งหมดปรากฏตัวขึ้นต้องมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นแน่”
“…”
เหตุการณ์ทางหนานย่วนยังส่งมาไม่ถึงเป่ยย่วน ดังนั้น ลูกศิษย์ของทางเป่ยย่วนจึงมีสีหน้างงงวยและกวาดตามองฝ่ายยุติธรรมที่จู่โจมเข้ามาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“เจียงหลี ข้าขอถามเจ้าที เจ้าเป็นคนฆ่าทังจงเฉาตายคาห้องพักเมื่อคืนใช่หรือไม่” เจียงซย่าเอ่ยถามตรงๆ
ความสงสัยปรากฏขึ้นในดวงตาของเจียงหลี จึงเอ่ยถามว่า “ทังจงเฉาคือใคร”
“ไร้สาระสิ้นดี! อาหลีฝึกฝนตลอดทั้งคืนจะเอาเวลาที่ไหนไปฆ่าคน” พอเจียงเฮ่าได้ยินเพียงเท่านั้น ก็โมโหขึ้นมาทันทีและพูดปกป้องน้องสาวของเขา
“ใช่ ข้าก็เป็นพยานได้” ลู่เสวียนรีบลุกขึ้นยืน
“เพราะพวกเจ้ามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน จึงเป็นไปได้ที่จะให้การเป็นเท็จ” เฉียนจวิ้นยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนแล้วกล่าวด้วยเสียงเรียบ
“กฎของสถาบันไป๋หยวน ห้ามฆ่าคนหรือไม่” เจียงหลีกล่าวอย่างกะทันหัน กลับทำให้ทุกคนประหลาดใจ
เจียงซย่าขมวดคิ้ว แต่ยังคงอธิบายว่า “ณ สถาบันแห่งนี้ การต่อสู้ตัวต่อตัวเท่านั้นที่จะสามารถฆ่าคนได้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องลงนามตามข้อตกลงไว้ก่อนล่วงหน้า”