หรงจิ่งมองไปที่เขาพลางครุ่นคิดแล้วกล่าว “ข้าไม่เข้าใจเลยว่าบัดนี้เจ้ามีอำนาจตัดสินทุกอย่างในราชวงศ์จยาเซียน เหตุใดเจ้าถึงไม่ขึ้นครองราชย์เองเล่า”
ลู่เจี้ยเงยหน้าขึ้นมองเขาและยิ้ม “เจ้าบอกเองว่าราชวงศ์จยาเซียนอยู่ภายใต้การปกครองของข้า ดังนั้นจะแตกต่างกันอย่างไรหากข้ามิได้ขึ้นครองราชย์เอง”
หรงจิ่งถึงกับตะลึง แล้วส่ายหัวและหัวเราะ จากนั้น เขายืนขึ้นและกล่าวอำลาลู่เจี้ย “เวลาไม่เช้าแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน ไว้ข้าค่อยมาเยี่ยมเจ้าใหม่”
“เดินทางปลอดภัย” ลู่เจี้ยพยักหน้า
หรงจิ่งเดินจากไป และเงาก็เดินออกมาจากความมืด เขาไม่เข้าใจเล็กน้อย นับตั้งแต่การประลองยุทธในครั้งที่แล้ว หรงจิ่งมักจะมาที่วังหลวงแห่งนี้เพื่อมาหานายน้อยของเขา โดยทั้งสองจะเล่นหมากล้อมและพูดคุยกันเหมือนเพื่อนเก่าก็ไม่ปาน แต่เขากลับมีความรู้สึกที่ไม่สงบสุขรวมอยู่ด้วย
“เงา เจ้านำหยกชิ้นนี้ไปที่ซีเฉียนและแลกชิ้นของหลีเออร์กลับมาอย่างเงียบๆ” ลู่เจี้ยหยิบจี้หยกที่มีลักษณะเดียวกันกับที่มอบให้เจียงหลีและส่งให้เงา
“นายน้อย! ” เงาขมวดคิ้ว
เขาเป็นเงาองค์รักษ์ผู้ติดตาม จะห่างจากเจ้านายได้อย่างไร
“ไปเถอะ” ลู่เจี้ยโบกมือให้เขาถอยออกไป
หลังจากขึ้นครองราชย์ จักรพรรดิลู่วั่งชวนซึ่งหายตัวในราชวงศ์จยาเซียนได้เดินมาทางนี้พร้อมกับคนๆ หนึ่ง
เงาถอยออกไปอย่างเงียบๆ ขณะที่ ลู่จี้ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน