“เขาทำได้อย่างไรกัน” เจียงหลีคิดไม่ตก นางไม่รู้ว่าลู่เจี้ยผนึกพลังนั้นไว้ในจี้หยกเช่นนี้ได้อย่างไร
ความเจ็บปวดบนร่างกายของเจียงหลีหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างกายของนางหายเป็นปกติแล้ว นางก็กำจี้หยกไว้ในมือและพึมพำ “เจ้าได้เตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่”
พฤติกรรมที่เงียบสงบของลู่เจี้ย ทำให้ก่อเกิดความอบอุ่นในใจของนาง หวานปนขมเล็กน้อย
…
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
เพียงพริบตาเดียว พวกเจียงหลีทั้งสามมาที่สถาบันไป๋หยวนซีเฉียนเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ช่วงเวลานี้พวกเขาต่างแยกกันฝึกฝน และไม่ข้องเกี่ยวกับคนอื่นๆ ซึ่งแม้แต่โจวยวนก็มิได้มาหาเรื่องอีก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความน่าเกรงขามของเฟิงสิงอวิ๋นหรือกฎเหล็กของทางสถาบันไป๋หยวนกันแน่
ขณะเดียวกัน ณ ราชวงศ์จยาเซียนอันไกลโพ้นด้านทิศใต้ มีพระราชวังอยู่ลึกเข้าไปในอุทธยานหลวงบุปผาที่เงียบสงบ ชายสองคนที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นและงดงามผิดมนุษย์มนากำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้และแข่งหมากล้อมกันอยู่
“ข้าแพ้อีกแล้ว” หรงจิ่งชักหมากในมือกลับ ยิ้มจางๆ และแววตามิได้แสดงความรู้สึกดีใจหรือโกรธเคืองหลังจากการแพ้ในครั้งนี้เลย
“เป็นเพราะโชคช่วย” ลู่เจี้ยพูดเบาๆ พร้อมกับหยิบหมากบนกระดานขึ้นมาแล้วโยนเลงไปในกล่องเก็บหมากล้อม
ใบหน้าของเขาก็นิ่งเฉยเช่นเดียวกันหลังจากได้รับชัยชนะ