“ฮึๆ! อารมณ์ร้อนหนักนะ!” ผู้ชายที่โผตัวออกมา ถูกท่าทางของลู่เสวียนทำให้ให้โกรธขึ้นมา “เจ้ารู้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน”
ลู่เสวียนยิ้มอย่างเย็นชาแล้วตอบว่า “สถาบันไป๋หยวน”
ชายผู้นั้นจ้องตาเขม็ง “รู้ว่าที่นี่คือสถาบันไป๋หยวน เจ้ายังกล้าอวดดี เจอศิษย์พี่ไม่รู้จักทำความเคารพรึ”
โจวยวนยิ้มเยาะ สายตาเหมือนกับดูละครอย่างไรอย่างนั้น
สีหน้าของลู่เสวียนเย็นชาขึ้นมา “ข้าไม่รู้มาก่อนว่าสถาบันไป๋หยวนมีกฎข้อนี้ด้วย”
“ตอนนี้รู้แล้วหนิ” ชายผู้นั้นจ้องตาเขม็ง
ผู้ที่ชื่นชอบโจวยวนคนอื่นๆ ก็ไม่ยอมเหมือนกัน ต่างมองพวกเขาทั้งสามคนเป็นศัตรู
“พอๆๆ ล้วนแต่เป็นศิษย์สถาบันเดียวกัน ทำไมจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย” ศิษย์พี่ที่นำทางมารีบเข้ามาไกล่เกลี่ย ทำให้เรื่องจบลงด้วยดี เขายังพูดกับโจวยวนอีกว่า “ศิษย์น้องโจวยวน ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นเพราะเจ้า เจ้าก็พูดอะไรหน่อยเถอะ ให้เรื่องนี้จบไป”
โจวยวนกลับยิ้มออกมาอย่างยียวน “ทำไมข้าต้องพูดให้คู่อริของข้าด้วยล่ะ”
คู่อริ!
คำนี้ พูดออกมาจากปากนาง ลู่เสวียนเจ็บแปลบที่หัวใจ
“ที่แท้ก็คือคู่อริของศิษย์น้องโจวยวน! เจ้าหนุ่ม ไม่ว่าเจ้าทำอะไรไว้ ยังไม่รีบคุกเข่าลงขอโทษศิษย์น้องโจวยวนอีก!” ท่าทีของชายคนนั้นที่มีต่อลู่เสวียนถือดีมากยิ่งขึ้น
ลู่เสวียนจ้องโจวยวนตาเขม็ง
“เกิดอะไรขึ้น” ขณะนี้ เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งสามคน