ลู่จ้านมองนางอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ตกลง
ในตอนนี้ รถม้าด้านหลังอวี้ซู มีเสียงการเคลื่อนไหวดังขึ้น การเคลื่อนไหวนี้ ทำให้ทุกคนหันไปมองประตูรถม้าที่ปิดสนิทนั่น
ร่างเล็กๆ กระโดดลงมาจากรถม้า
เจียงหลีรับรู้ได้ถึงสายตาของผู้คน กะพริบตากล่าว “มีอะไรหรือ”
ทันใดนั้น ลู่จ้านหรี่ตาทั้งสองข้าง ขณะที่เจียงหลีปรากฏตัว “เจ้าเลื่อนขั้นแล้ว!”
เจียงหลีหันมามองเขา ยิ้มตาหยีแล้วพยักหน้า ที่จริงนางเพิ่งจะเลื่อนขั้น พลังลมปราณในร่างกายยังคงหลงเหลืออยู่ ดังนั้นจึงถูกลู่จ้านสังเกตเห็น
“พวกเราถึงหรือยัง” เจียงหลีมองไปรอบๆ
“อาหลี พวกเรามาถึงเมืองอู๋เขิ่นของประเทศซีเฉียนแล้ว” เจียงเฮ่าเดินมา สายตาที่เต็มไปด้วยความรักและห่วงใย
“อะแฮ่ม” ในตอนนี้ลู่เสวียนก็เดินมา ถามว่า “อาซะ……” แต่ว่าเพิ่งจะพูดได้คำเดียว สีหน้าของเขาก็ไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
ด้านหลังนี้ ควรเรียกอะไรต่อ เป็นเรื่องยากนะ!
“เรียกว่าอาซ้อตัวน้อยก็ไม่เลว” เจียงหลีมองเขาอย่างหยอกล้อ
“อาหลี!” เจียงเฮ่าขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย แต่ว่ากลับถูกเจียงหลีแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
ลู่เสวียนรู้สึกแปลกๆ จึงเลี่ยงประเด็นด้วยคำถามนี้ “ตอนนี้เจ้าอยู่ขั้นไหนแล้ว หลิงเจี้ยงขั้นสาม?”
“ไม่ใช่” เจียงหลีเข้าไปใกล้ๆ ข้างหูเขา พูดเบาๆ คำหนึ่ง