แต่ลู่เจี้ยกลับหันตัว เดินไปอีกทางหนึ่งอย่างช้าๆ “เงา เวลาของข้ามีไม่มากแล้ว มีบางเรื่องที่ต้องการให้อีกคนมาจัดการ”
เงาแสดงสีหน้าตกใจ พูดเสียงต่ำว่า “คือคุณชายจิ่งรึ”
ลู่เจี้ยพยักหน้า
“เขาจะทำตามคำสั่งของนายน้อยรึ” เงามีความสงสัย
ลู่เจี้ยตอบกลับอย่างมั่นใจ “ตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มสนใจหลีเอ๋อร์ ก็ถูกกำหนดให้ทำตามแผนที่ข้าวางไว้ เขาต้องทำให้เจียงหลีประสบความสำเร็จในก้าวสุดท้ายแทนข้า”
เงานิ่งเงียบไป
เขามองนายน้อยของตัวเอง ในใจถอนหายใจไม่หยุด เพื่อเจียงหลี นายน้อยของเขาทุ่มเทเป็นอย่างมาก
……
เจียงหลีที่นั่งอยู่บนรถม้าคนเดียว ได้ยินแต่เสียงล้อรถหมุนอยู่บนถนน
นางหยิบถุงทั้งสามใบและหยกที่ลู่เจี้ยยัดใส่มือนาง บนหยกขาวอู๋สยาก้อนนั้นแกะสลักได้อย่างวิจิตรงดงาม ราวกับไม่ได้ใช้มีดแกะสลักทั่วไปมาแกะสลัก
เจียงหลีหยิบขึ้นมาดูอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกที่อบอุ่นนั้น นางชอบใจมาก จึงเอาจี้หยกมาแขวนไว้กับสร้อยที่คอ
หลังจากนั้น นางถึงได้มองที่ถุงทั้งสามใบนั้น ลู่เจี้ยบอกนางว่าเมื่อเจอกับเรื่องที่ยากจะรับมือ ให้เปิดออก แต่ว่า……
“ทำไมข้าต้องเชื่อฟังเขาด้วย” เจียงหลีบ่นพึมพำ แล้วเปิดถุงทั้งสามใบนั้นทันที หยิบกระดาษเอามาจากในถุง
‘หากอำนาจต่ำกว่า ต้องทน!
หากทนจนทนไม่ไหว ให้ฆ่า!
เผาทำลายศพลบร่องรอย แล้วหนี!’