ขุนนางผู้รับผิดชอบพิธีการอ่านพระราชโองการอย่างต่อเนื่อง นอกจากเจียงหลีและลู่เสวียน ยังมีขุนนางที่ได้สร้างคุณูปการให้แก่ประเทศชาติด้วยการช่วยโค่นล้มโฮ่วจิ้นในครั้งนี้อีกมากมาย
แม้แต่เจียงเฮ่า พี่ชายของนาง ก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของหน่วยทหารรักษาพระองค์
แต่ว่าฟังจนถึงตอนสุดท้าย กลับไม่มีการเอ่ยถึงลู่เจี้ยเพียงคนเดียว
เจียงหลีขมวดคิ้ว ในดวงตาที่สดใสมีความเฉียบแหลม มองไปยังสายตาเหล่านั้นที่มองนางมา
คนที่ถูกนางมองกลับไป ล้วนแต่ตกใจ ต่างพากันก้มหน้าสาวน้อยอายุสิบสามปีผู้มีพรสวรรค์คนนี้ จะเป็นมกุฎราชกุมารีได้รึ!
……
พิธีการในพระราชวังยังคงดำเนินต่อไป ราชวงศ์โฮ่วจิ้นได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นราชวงศ์จยาเซียนอย่างเป็นทางการแล้ว
แต่ว่าในขณะที่ผู้คนทั้งหลายต่างเฉลิมฉลองกัน รถม้าคันหนึ่งที่ด้านในปิดอยู่ กลับมุ่งออกไปจากประตูเมืองอย่างเงียบๆ ไม่รู้ว่าไปที่ใด
บนรถม้า ม่านถูกเปิดออก ใบหน้าของมู่ชิงเหยียนปรากฏขึ้น นางหันกลับไปมองทางซั่งตู ไม่มีว่ากำลังคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน หรือว่าคิดถึงเสด็จพ่อที่สิ้นไปแล้ว
“ชิงเหยียน” ในรถมามีเสียงเรียกดังขึ้น
มู่ชิงเหยียนนิ่งไป ตั้งสติได้ ปล่อยม่านลง บดบังทัศนียภาพภายนอก ได้ยินแว่วๆ ว่านางเรียกเบาๆว่า “เสด็จแม่”