บนภูเขาที่ห่างไกลจากถนนหนทาง เจียงเฮ่ายืนอยู่ใต้เงาต้นไม้ที่นี่คนเดียว มองไปยังรถม้าที่ค่อยๆ ไกลออกไป เขาถอดหน้าของจิ่งเยี่ยออก เปรียบเทียบกันแล้วรูปงามกว่าเมื่อก่อนมาก แต่กลับกลัวขึ้นมาว่าจะไม่มีสาวงามเคียงข้างกายเขา
เดิมก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเหตุใดข้าถึงปล่อยวางไม่ได้เสียทีเจียงเฮ่าพูดกับตัวเอง หายใจลึกๆ หันตัวเดินจากไป
……
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ราชวงศ์จยาเซียนแทนที่ราชวงศ์โฮ่วจิ้น ยึดครองหนานฮวงได้ด้านหนึ่งแล้ว
ความสงบในประเทศ ความมั่นคงของเขตชายแดนที่ลู่เจี้ยพูดยังไม่แสดงออกมา เจียงหลีและลู่เสวียนก็จะถูกส่งไปซีเฉียนแล้ว
“พี่ใหญ่ ข้าไม่ไปได้หรือไม่” ลู่เสวียนไม่ยิมยอมอย่างมาก
เขาในตอนนี้ อยากอยู่ช่วยเหลือวงศ์ตระกูล
“ไม่ได้!” ลู่เจี้ยปฏิเสธเขาตรงๆ
เจียงหลียืนอยู่ข้างๆ มองสองพี่น้องอย่างเย็นชา ในใจมีความอึดอัด ลู่เจี้ยผลักไสให้นางไป นางก็ไม่หน้าหนาพอที่จะเฝ้าเขาอยู่ข้างๆ หรอก
เพียงแต่
ถ้าเขาอาการกำเริบ จะทำอย่างไรคิดได้เช่นนี้ สายตาของเจียงหลีก็สับสนขึ้นมา
“อาหลี” เจียงเฮ่าเดินมาข้างๆ นาง
เจียงหลีเก็บความรู้สึกนึกคิด หันไปมองพี่ชาย
เจียงเฮ่ายิ้ม ยกมือขึ้นขยี้หัวนาง “ข้าไปทวงบุญคุณกับท่านอาจารย์หนานแล้ว ไปสถาบันไป๋หยวนเมืองซีเฉียนด้วยกันกับเจ้าได้”
“จริงรึ!” บนใบหน้าของเจียงหลีในที่สุดก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา เข้าสถาบันไป๋หยวน เป็นความฝันของเจียงเฮ่ามาตลอด