ท่าทีที่เล่นแง่ของนาง ทำให้ลู่เจี้ยยิ้มเล็กน้อย ในแววตาปรากฏความเอ็นดูออกมา “ขอรับ ลู่เจี้ยขอเชิญท่านอามาดูนี่หน่อยขอรับ”
“นี่ยังถือว่าใช้ได้” เจียงหลีเชิดคางอย่างลำพองใจ
นางชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆ มองตัวหนังสือที่ลู่เจี้ยหมอบลงเขียนก่อนหน้านี้ “ราชวงศ์จยาเซียน?” นางเงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างที่งดงามของชายผู้นี้อย่างงงัน
ใบหน้าด้านข้างที่สมบูรณ์แบบนั้น ทำให้คนหลงใหลจนตาลาย ทำให้คนอยากเข้าใกล้
เจียงหลีคิดแบบนี้ และก็ทำแบบที่คิด
จุ้บ!
แก้มที่ชุ่มชื้น ทำให้ลู่เจี้ยตัวแข็งทื่อ แววตาที่มืดครึ้มมองสาวน้อยคนนี้ที่ไม่มีความสำรวมเลยสักนิด
เจียงหลีกลับยิ้มจนตาทั้งสองข้างหยีลงคล้ายกับพระจันทร์เสี้ยว ยกมือขึ้นตบไหล่เขา “เด็กอย่างเจ้าช่างน่ารัก ผู้ใหญ่จูบก็เป็นเรื่องธรรมดามาก”
หางตาของลู่เจี้ยกระตุกเล็กน้อย เก็บสายตาลงอย่างช่วยไม่ได้
เห็นว่าเขาไม่ซักถามอะไรอีก เจียงหลียิ้มมากยิ่งกว่าเดิมอีก นางชี้ตัวหนังสือบนกระดาษแล้วถามว่า “ทำไมถึงเป็นจยาเซียน”
ลู่เจี้ยตอบว่า “คำว่าจยาหมายถึงความงดงาม คุณงามความดี ปฏิบัติต่อประชาชนอย่างดี อีกความหมายก็คือร่วมแรงร่วมใจ ถือเป็นการอวยพร การอธิฐานอย่างหนึ่งของราชวงศ์ใหม่ ส่วนคำว่าเซียน……” เขาหันไปมองใบหน้าของเจียงหลีที่มองด้วยความสงสัย พูดในใจเจ้าคือผู้ที่มาจากแดนไกล ย่อมเป็นเทพเซียน
“แล้วคำว่าเซียนหมายถึงอะไร” เห็นเขาไม่ตอบ เจียงหลีทนไม่ไหพูดเร่ง