มู่เจิ้งเฟิงตะลึงจนนิ่งไป คนของราชวงศ์ก็ตะลึงจนนิ่งไปเหมือนกัน และผู้คนที่ตามตระกูลลู่มาด้วย หลังจากที่ตกตะลึง ก็ดีใจเป็นอย่างมาก
ลู่เจี้ยก้าวเท้าออกมาอย่างช้าๆ เข้ามาใกล้อย่างสุภาพและสุขุม
เดิมเขาอยากให้เจียงหลีสังหารมู่เจิ้งเฟิง เพื่อพิสูจน์พลังอำนาจ แต่ว่าในตอนที่เขาเห็นเจียงเฮ่าและมู่ชิงเหยียนทะเลาะกัน เขาเปลี่ยนความคิดความเคียดแค้นทั้งหมด ให้ข้าเป็นคนแบกรับไว้เอง
‘เงา’ ตามลู่เจี้ยอยู่ข้างๆ อย่างติดๆ
เนี่ยนซือมีพลังลึกลับที่แข็งแกร่ง แต่ร่างกายอ่อนแอ นี่เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้
และในขณะเดียวกัน เงาก็ปลดปล่อยพลังวิญญาณของเขาเอง
ภายใต้พลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง คนในพระราชวังตกใจและเพิ่งจะรู้ว่าเดิมทีตระกูลลู่ยังซ่อนหลิงจงไว้อีกคน!
มู่เจิ้งเฟิงจ้องลู่เจี้ยที่ค่อยๆ ใกล้เข้ามา สีหน้าเปลี่ยนทันที
ในตอนที่ลู่เจี้ยอยู่ห่างจากมู่เจิ้งเฟิงหนึ่งจั้ง[1]เขาหยุดลง เขามองเจียงหลี ทันใดนั้นก็ประสานมือแล้วพูดว่า “ลำบากท่านอาแล้ว”
การถูกเรียกแบบนี้ ทำให้มุมปากของเจียงหลีกระตุกอย่างแรง ส่งเสียงแสดงความไม่พอใจ มองมาทันที
ลู่เจี้ยก็ไม่สนใจ เพียงแต่หันกลับไปมองมู่เจิ้งเฟิง บนในหน้าที่สง่างามอย่างมาก พร้อมรอยยิ้มที่เย็นชา
“จะเป็นเจ้าได้อย่างไร” มู่เจิ้งเฟิงไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ตระกูลลู่ปกปิดได้ถึงขนาดนี้
ลู่เจี้ยยิ้มเล็กน้อย พยักหน้าแล้วพูดว่า “คนที่จะสังหารท่าน คือข้าจริงๆ”