เจียงหลีค่อยๆ กัดฟัน ใคร่อยากจะรีบหาคำตอบนี้ นางบีบกำปั้นของตัวเอง พูดว่า “วิญญาณยุทธ์ตัวที่สาม! ไม่สนว่าจะได้ผลไหม อย่างไรข้าก็ต้องลองดู!”
ฝึกฝน! ฝึกฝน!
จำเป็นจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้โดยเร็ว นางถึงจะสามารถทำเรื่องที่อยากทำได้!
……
ณ ซั่งตู ปิดประตูเมืองไปนานแล้ว ทุกคนต่างรู้สึกได้ถึงอันตราย
แม้แต่สถาบันหลิงอู่ก็ปิดประตูใหญ่ชั่วคราว อาจารย์และนักเรียนทั้งหมดต่างถูกดึงตัวไปเป็นกองกำลังลาดตระเวน เดินตรวจตราไปมาอยู่ในเมืองซั่งตู
มีเพียงหนึ่งเดียวในนั้นที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด เหมือนเดิมทุกประการ ก็คือสถาบันไป๋หยวนที่มีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่
ไม่ว่าราชวงศ์โฮ่วจิ้นจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันนี้
เพียงแต่ว่ารอบนอกสถาบันไป๋หยวน กลับมีทหารม้าของราชสำนักประจำการอยู่ ที่พวกเขามุ่งเป้าไม่ใช่สถาบันไป๋หยวน แต่เป็นลู่เสวียนที่ถูกสงสัยว่าซ่อนตัวอยู่ในสถาบันไป๋หยวน นักฆ่าที่ลอบสังหารราชนิกุลของโฮ่วจิ้นหลายครั้งหลายคราในเมืองซั่งตู
เสียดาย ประจำการอยู่นานขนาดนี้แล้ว แม้แต่เงาของลู่เสวียน พวกเขาก็ยังไม่เคยได้เห็น นี่ก็ทำให้คนสงสัยไม่น้อยเลยว่าลู่เสวียนอยู่ในสถาบันไป๋หยวนจริงๆ หรือ
ในจวนคังอ๋อง เมืองซั่งตู
มู่หว่านโหรวยืนอยู่ข้างๆ เสด็จพ่ออย่างเงียบๆ