“เหอะ เจ้าก็เป็นคนตระกูลหรง แต่กลับไม่คำนึงถึงผลได้ผลเสียของตระกูลหรงเลยรึ” ในน้ำเสียงของหรงเทียนเผิงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
หรงจิ่งอมยิ้มเล็กน้อย โดนท่านพ่อต่อว่าก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด หลังจากรอให้หรงเทียนเผิงพูดจบ เขาถึงจะเปิดปากพูด “ก็เพราะว่าข้าเป็นคนตระกูลหรง ถึงได้ไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยน”
คำพูดนี้ ทำให้หรงเทียนเผิงแววตาดุดันขึ้นมา พูดอย่างไม่ยอมว่า “ถึงแม้ว่าตระกูลลู่จะมีรากฐานมั่นคง แต่ก็ไม่ต่างกันกับตระกูลหรงของพวกเรา เป็นตระกูลเก่าแก่ เพราะเหตุนี้ตระกูลลู่ตอบโต้ได้ แล้วตระกูลหรงของข้าตอบโต้ไม่ได้รึ”
หรงจิ่งมองต่ำ “ศึกครั้งนี้ตระกูลลู่ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจังหวะโอกาสที่เหมาะสม สถานที่ที่เหมาะสม และความสมัครสมานสามัคคีของคน ได้โอกาสแล้ว ก็เป็นธรรมดาที่จะตอบโต้ได้”
“เช่นนั้นตามที่เจ้าพูด ตระกูลหรงของข้าก็ต้องเก็บตัวต่อไป อดทนไว้อย่างนั้นหรือ” ในคำพูดประโยคนี้ของหรงเทียนเผิงเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
ตำแหน่งฮ่องเต้ในใต้หล้านั้น ใครบ้างจะไม่อยากได้
“อย่างน้อยในตอนที่ลู่เจี้ยยังอยู่ ก็ตอบโต้ไม่ได้” หรงจิ่งพูดอย่างเย็นชา
“ลู่เจี้ยรึ คนที่เจ็บป่วยและอ่อนแอคนนั้นน่ะหรือ” ในน้ำเสียงของหรงเทียนเผิงเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
หรงจิ่งยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้อธิบายอะไรอีก