แต่ว่าหรงเทียนเผิงพูดอย่างไม่ตายใจว่า “เจ้าถูกยกย่องว่าเป็นองค์ชายอันดับที่หนึ่งในใต้หล้า แล้วยังจะกลัวคนป่วยที่อ่อนแออย่างนั้นหรือ”
“ท่านพ่อก็รู้ ข้าไม่ได้มีจุดประสงค์เช่นนั้น” หรงจิ่งกลับไม่ยอมรับวิธีการยั่วยุนี้
หรงเทียนเผิงโกรธมาก ถกแขนเสื้อแล้วด่า “ไม่รู้ว่าข้าไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้จริงๆ ถึงได้มีลูกที่เย็นชาไร้ความรู้สึกแบบนี้! อย่าลืมล่ะว่าเจ้าก็แซ่หรง!”
หรงจิ่งเงยหน้ากลอกตาที่ใสแจ๋วมองมา
อยู่ดีๆ หรงเทียนเผิงก็รู้สึกหนาวเหน็บในใจจากการที่เขามอง เหมือนกับโดนน้ำเย็นสาดใส่อย่างไรอย่างนั้น “จิ่งเอ๋อร์ ทำเพื่อพ่อ……”
เหมือนว่าเขาจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง แต่เห็นหรงจิ่งหันตัวไปอย่างไม่สนใจ เขาพูดออกมาด้วยความโกรธ “ศึกครั้งนี้ เจ้าคิดว่าใครจะชนะ”
หรงจิ่งหยุดเดิน แต่ไม่ได้หันกลับมา เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ว่า “ตระกูลลู่” แล้วก็หายไปจากตรงข้างหน้าหน้าต่าง
ตระกูลลู่……
หรงเทียนเผิงมองส่งลูกชายด้วยสีหน้าสับสน สุดท้ายก็ทำได้แค่จากไปด้วยความโกรธ
……
ในราชวงศ์โฮ่วจิ้น ไฟสงครามเกิดขึ้นทุกด้าน แม่ทัพและเหล่าทหารก่อกบฏแบบไม่ทันให้ตั้งตัว เหล่าทหารทั้งหมดตกอยู่ในความทุกข์ยากลำบาก