ระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน เส้นผมของมู่เจิ้งเฟิงขาวไปหลายเส้นแล้ว บนบัลลังก์มังกรนั้น เหมือนมีไฟเผาอยู่ ทำให้เขานั่งแล้วไม่เป็นสุข
“มีรายงานมาขอรับ ว่าทหารกบฏของตระกูลลู่มาถึงเฮ่อเฉิงแล้ว ยังห่างจากซั่งตูสองร้อยกว่าลี้ ทหารที่ประจำการอยู่ที่เฮ่อเฉิงยอมจำนนโดยไม่ได้มีการต่อสู้ แล้วเปิดประตูต้อนรับทหารกบฏของตระกูลลู่เข้าเมือง……”
“มีรายงานมาขอรับ ว่าทหารกบฏของตระกูลลู่มาถึงต๋าผิงโหยวเฉิงแล้ว อยู่ห่างจากซั่งตูอีกหนึ่งร้อยยี่สิบกว่าลี้……”
“อะไรกัน ทำไมถึงได้รวดเร็วเพียงนี้!” มู่เจิ้งเฟิงได้ฟังรายงานสถานการณ์ของทหาร ตกใจจนลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์มังกร
คนที่คุกเข่าอยู่กับพื้นสีหน้าดูไม่ได้ พูดว่า “เพราะ……เพราะว่า……ทุกที่ๆ ทหารกบฏของตระกูลลู่ผ่าน คนเฝ้าเมืองส่วนมากก็จะเปิดประตูต้อนรับพวกเขาเอง มีคนบางกลุ่มที่ต่อต้าน แต่กลับถูกประชาชนใช้หินทุบจนตาย แล้วเปิดประตูเมือง……”
ตูม!
มู่เจิ้งเฟิงล้มลงนั่งกับพื้น ราวกับถูกฟ้าผ่าอย่างแรง
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ ท่าทางราวกับคิดไม่ออกว่าทำไมราชวงศ์โฮ่วจิ้นของเขาถึงได้อ่อนแอจนไม่อาจทนแรงกระทบใดๆ ได้
“ฉี่เฉิง……ฉี่เฉิงเป็นทางที่พวกกบฏต้องผ่านเพื่อเข้ามาสู่ซั่งตู สื่อไท่ที่เฝ้าเมืองนั้นเป็นคนสนิทของข้า ไม่มีทางเปิดประตูให้ตระกูลลู่อย่างแน่นอน!” มู่เจิ้งเฟิงพูดพึมพำ