“ใช่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท พวกเขาเหมือนกับร่วงลงมาจากฟ้า ทันใดนั้นก็ปรากฏตัวที่ซั่งตู กระหม่อมอยากจะจัดการขัดขวางไว้ แต่ก็สายเกินไป” แม่ทัพจิ่วเฉิงของซั่งตู คุกเข่าลงกับพื้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล
ตูม!
ชั่วพริบตาเดียวร่างของมู่เจิ่งเฟิงก็ไปหล่นลงนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร เขามองท้องฟ้าที่แจ่มใสด้านนอก แววตาเคร่งขรึมน่ากลัว “ตระกูลลู่ พวกเจ้าต้องการจะสู้กับข้าจนถึงที่สุดจริงๆ รึ”
เสียงที่เย็นชา ทำให้แม่ทัพจิ่วเฉิงก้มหัวลงต่ำเข้าไปอีก
“ไปจับกุมพวกเทียนเจียวเหล่านี้โทษฐานเป็นกบฏ” ทันใดนั้นมู่เจิ้งเฟิงก็ออกคำสั่ง
“หา?” แม่ทัพจิ่วเฉิงเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ มองฮ่องเต้ผู้สูงส่ง
“ในซั่งตู มีคำพูดติฉินนินทาคำไหนที่ไม่เป็นผลดีกับราชวงศ์ ให้จับตัวผู้ที่พูดทันที แล้วประหารเสียตรงนั้น” มู่เจิ้งเฟิงออกคำสั่งที่โหดร้ายอีกครั้ง
เกิดความกลัวขึ้นมาในใจแม่ทัพจิ่วเฉิง รู้สึกเหน็บหนาวในใจ แต่กลับทำได้เพียงรับคำสั่งแล้วถอยออกไป
……
เทียนเจียวเพิ่งจะกลับมาถึงเมือง แต่กลับโดนจับตัวไป
พอข่าวออกไป ซั่งตูเกิดสถานการณ์คับขัน ทุกคนต่างรู้สึกไม่ปลอดภัย
เมื่อหรงจิ่งได้รับข่าวตอนอยู่ในจวน เพียงแต่สาดเหล้าที่อยู่ในแก้วใส่พื้น พูดอย่างมีนัยสำคัญว่า “เริ่มต้นแล้ว โฮ่วจิ้นใกล้ถึงจุดจบแล้ว”
……