หลังจากนั้นไม่นาน ที่เมืองซูหนาน เดิมทีนั้นตระกูลลู่เป็นผู้ครอบครองดินแดนอันกว้างใหญ่นี้ กลับต้องถูกกลืนกินไปกับกองเพลิงในพริบตา
เมื่อข่าวไปถึงเรือนของทหารองครักษ์ เฮ่อเหลียนเฟิงก็กระโดดลงจากเตียงสนมของเขาด้วยความตกใจ
เขามาถึงพร้อมกับเหล่ากองกำลังทหาร พบเพียงทะเลเพลิงลุกโชนอยู่ตรงหน้าแล้ว ไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย
หลังจากเหตุการณ์นี้ ข่าวลือได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองซูหนาน
บางคนพูดว่า คนของตระกูลลู่ทั้งหมดถูกเผาไหม้และจมกองเพลิง มีบางคนพูดอีกว่า ตระกูลลู่ทำผิดจึงต้องเผาเรือนแล้วหนีไป
…
เรื่องราวในเมืองซูหนาน ข่าวยังไม่ทันได้ส่งไปยังซั่งตู
แต่ว่าเรื่องบนแท่นประหารที่อู่เหมินได้แพร่กระจายไปยังพระราชวังแล้ว
มู่เจิ้งเฟิงยืนอยู่ข้างบัลลังก์มังกร กวาดล้มกระเบื้องเคลือบชั้นดีจนแตกละเอียด แต่ก็มิอาจบรรเทาความโกรธลงได้
“ไร้ประโยชน์สิ้นดี! เจ้าพวกไร้ประโยชน์! เป็นคนภายใต้องค์ชายแท้ๆ ยังปล่อยให้คนปางตายแล้วหลอกได้อีก! ทำให้ข้าอับอายยิ่งนัก!”
คนที่มู่เจิ้งเฟิงกำลังตำหนิ คือขุนนางที่ลานประหารนั่นเอง
ในขณะนี้ เขาคุกเข่าอยู่ต่อหน้า และไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากกลัวจนตัวสั่น
“ฝ่าบาท เมื่อข้าไปถึงที่จวนของตระกูลลู่ ก็พบว่าข้างในไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว แม้กระทั่งทรัพย์สินในจวนก็หายไปด้วยอย่างไร้ร่องรอย” ณ ขณะนี้นายพลที่ถูกสั่งให้ไปยึดเรือน ก็คุกเข่าและรายงานอยู่ต่อหน้าฮ่องเต้