“คุณชาย ในระยะนี้นายท่านเหมือนว่ากำลังวางแผนอะไรบางอย่างเงียบๆ” อาเฉวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง กล่าวด้วยเสียงทุ้ม
หรงจิ่งมองไปยังลู่ซิ่งเฉาที่ถูกผู้คนดูถูก แววตาของเขายังคงนิ่งสงบ “นี่มันเป็นหมากระหว่างตระกูลลู่กับฮ่องเต้ จะเข้าไปยุ่งทำไม?”
“ถ้าเช่นนั้นคุณชาย พวกเรา…….” อาเฉวียนเงยหน้าขึ้นมองไปยังเขา
“เป็นแค่ผู้ชมก็พอแล้ว” หรงจิ่งกล่าวแบบไม่แยแส
อาเฉวียนมองไปและไม่พูดอะไร
ขณะนี้ ข้างนอกมีความปั่นป่วนเกิดขึ้น
หรงจิ่งมองไปตามเสียง กลับเห็นพระชายาลู่ที่รูปร่างสูงตระหง่าน เดินมาด้วยความสง่า ด้านหลังนาง ตามมาด้วยบ่าวสูงอายุที่ซื่อสัตย์ ในมือพวกเขา มีทั้งคนที่ถือเสื้อผ้าใหม่ของผู้ชาย ยังมีคนถือขวดเหล้าที่สวยหรู สีหน้าเศร้าหมองเหมือนตายทั้งเป็น
และด้านหลังพวกเขา ติดตามมาด้วยประชาชนมากมายของซั่งตู
แววตาของหรงจิ่งเกิดความประหลาดใจขึ้น จวนอ๋องลู่ขณะอยู่ซั่งตู ถ่อมตัวตลอด แต่ ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้พระชายาลู่เพียงคนเดียว จะสามารถทำให้มีผลลัพธ์เช่นนี้
“พระชายาลู่เองก็เป็นสตรีที่น่าทึ่ง” เมื่อพระชายาลู่เดินผ่านเขาไป หรงจิ่งอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ทันใดนั้น ร่างสีดำขนาดเล็กปรากฏขึ้นในใจของเขา เป็นแค่ร่างของทาสแท้ๆ แต่กลับภาคภูมิใจดุจจักรพรรดินี มีความมั่นใจเหลือล้น
หรงจิ่งมีความเสียใจเล็กน้อย
แต่ว่า แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกเสียใจนี้เป็นเพราะพระชายาลู่ หรือเป็นเพราะร่างที่ผอมบางนั้น
…