ลู่เจี้ยไม่ได้หงุดหงิดกับคำว่า ‘ซ้อเล็ก’ ของลู่เสวียน
หลังจากที่ได้ยินว่าเจียงหลีตามคนอื่นไป ดวงตาของเขาควบแน่นขึ้น อารมณ์ก็เริ่มเย็นขึ้น “พูดให้มันชัดเจน”
ขณะเดียวกันลู่เสวียนก็เริ่มกังวลขึ้นและรีบเล่าถึงสถานการณ์
เดิมทีหลังจากที่พวกเขาตามขบวนเทียนเจียวไปก็พบว่าได้ติดกับดักของฝ่ายตรงข้าม แต่ในขณะนั้น พวกขบวนเทียนเจียวก็ได้เริ่มรู้สึกเยาะเย้ยขึ้นเพราะคิดว่ากองทัพต้าฉินนั้นตกใจกลัวจนหนีไป พวกเขาไม่สนคำเตือนและตามกองทัพที่หนีไป พวกเขาจึงทำได้เพียงตามไปเพื่อดูว่าต้าฉินคิดกำลังทำอะไร
เมื่อพบเจอกับดักแรกนั้นเจียงหลีสังเกตเห็นผู้ที่ปลุกปั่นหลายคนก่อนหน้านี้ตั้งใจฉวยโอกาสที่ฝูงชนไม่ทันระวังไถลลงข้างทางอย่างเงียบๆ จากนั้นนางก็ตามไปอย่างเงียบๆ และเตือนสติลู่เสวียนว่าถ้าสถานการณ์ไม่ดีไม่ต้องสนสิ่งอื่นให้ตัวเขารีบไปแจ้งข่าวในเมือง
“เอ่อคือ…จิ่งเยี่ยก็ตามไปด้วย” หลังพูดจบลู่เสวียนก็ได้เสริมอีกประโยคด้วยความกังวล
“ทำตามแผนการ พาพวกเขาออกไป” ลู่เสวียนไม่ได้ตอบรับคำพูดของลู่เจี้ย แต่เขาก็มอบหมายให้กับคนข้างกาย
ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาถามขึ้นประโยคหนึ่ง “แล้วซื่อจื่อต้องทำเช่นใดเล่าขอรับ”
ลู่เสวียนรู้สึกสับสนไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่พี่ชายของพูด
เห็นเพียงแต่ลู่เจี้ยมองมาทางเขา ดวงตาที่วาววับสวยงามราวกับดวงดาวนั้นเหมือนเมฆและหมอกทำให้ไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ที่แท้จริงของเขา