“ลู่เสวียน จิ่งเยี่ยเป็นคนกันเอง” เจียงหลีอธิบายแบบส่งๆ ถามพี่ชายต่อว่า “ตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
“ใครจะเป็นพวกเดียวกับเขากันเล่า” ลู่เสวียนบ่นออกมา แววตาที่มองจิ่งเยี่ยยังคงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
แต่ความหวาดระแววและสายตามุ่งร้ายนั้น กลับมีความไร้เดียงสาปะปนอยู่
จิ่งเยี่ยเองก็ขี้เกียจเถียงกับเขา พูดกับเจียงหลีว่า “ในกลุ่มผู้ถูกเลือกมีคนแอบตัดสินใจไว้แล้วว่า รอคนต้าฉินออกมาร้องตะโกนอีกครั้ง หากแม่ทัพยังไม่ออกไปประเชิญหน้ากับศัตรู กลุ่มผู้ถูกเลือกจะออกรบแทนทหารเป่ยฝาง”
“อะไรนะ พวกเขาบ้าไปแล้วหรือ กฎทหารแข็งแกร่งดั่งภูเขา ทุกคำสั่งและกฎระเบียบต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดสั่งว่าห้ามออกรบก็คือห้ามออกรบ พวกเขาจะฝ่าฝืนกฎคำสั่งอย่างงั้นหรือ” ลู่เสวียนที่ฟังอยู่กระโดดตอบโต้ทันที
“มีคนแอบชักจูงอยู่” เจียงหลีขมวดคิ้ว
จิ่งเยี่ยพยักหน้า “ข้าสังเกตมาแล้ว เรื่องทั้งหมดมีคนอยู่เบื้องหลังคอยชักนำอยู่”
“พวกเขาทำเพื่อจุดประสงค์อะไรกัน” ลู่เสวียนไม่เข้าใจ
จุดนี้จิ่งเยี่ยก็ส่ายหัว
การออกรบโดยพลการจุดประสงค์เดียวก็เพื่อจะบีบบังคับทหารเป่ยฝางทำสงคราม แต่ว่าเหล่าทหารชายแดนไม่ยอมเริ่มสงครามก็มีเหตุผลของพวกเขาที่ตัดสินใจเช่นนั้น คนพวกนี้จะคล้อยตามอะไรนักหนา พูดถึงการสู้รบ ถ้าเทียบกับเหล่าเทียนเจียวที่เลี้ยงมาในบ้าน ทหารชายแดนจะไม่เข้าใจกว่าหรือไง