“เกรงว่า หากเหล่าผู้ถูกเลือกออกรบจริงคงจะมีเรื่องวุ่นวายตามมาด้วย” เจียงหลีที่เงียบไปเอ่ยขึ้นช้าๆ
“ข้าต้องเอาเรื่องไปบอกพ่อข้า เผื่อพวกโง่เง่าเต่าตุ่นพวกนี้จะทำลายแผนการของท่านพ่อ” ลู่เสวียนกระทืบเท้าก่อนจะเตรียมตัวเดินออกไป
“ข้าไปด้วย” เจียงหลีเองก็อยากจะรู้ว่ามีเรื่องอะไรกันแน่ที่ซ่อนอยู่ นางมีลางสังหรณ์บางอย่าง เรื่องราวทั้งหมดลู่ซิ่งเฉารับรู้ทุกอย่างแล้ว
“ข้าไปด้วย” จิ่งเยี่ยก็พูดขึ้นมา
ลู่เสวียนหยุดเดินแล้วหันมองมาทางเขา “เจ้า?”
เจียงหลีกเอ่ยปากพร้อมกัน “เจ้าไม่สะดวกไปด้วย” ความหมายที่แฝงอยู่คำพูดนี่จิ่งเยี่ยเข้าใจดี เขาเป็นศิษย์ของสำนักหลิงอู่ใกล้ชิดกับคนตระกูลลู่เกินไปจะไม่ดีสักเท่าไหร่ อีกทั้งหากสนิทสนมกับเจียงหลีมากเกิน จะทำให้คนเกิดสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา
“เจ้าระวังตัวด้วย” จิ่งเยี่ยไม่ได้ยืนกรานอีก เพียงกำชับไว้เจียงหลีพยักหน้า
ลู่เสวียนหัวเราะเยาะ “พ่อข้าไม่ใช่สัตว์ป่าดุร้ายอะไรสักหน่อย อีกอย่างนางก็เป็นคนของตระกูลลู่อยู่แล้ว”
คำพูดที่ว่าเป็น ‘คนของตระกูลลู่’ ทำให้จิ่งเยี่ยกำหมัดแน่น สายตาคมดั่งดาบจ้องมองลู่เสวียน
“ไปเร็ว” เจียงหลีเร่งก่อนที่ภูเขาไฟจะระเบิด
เจียงหลีตามลู่เสวียนไปทางค่ายที่พักแม่ทัพ ระหว่างทางโชคดีที่ลู่เสวียนมีสัญลักษณ์ประจำตระกูลลู่ถึงจะเดินเข้ามาได้อย่างราบรื่น
ในที่สุดเจียงหลีก็ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของลู่ซิ่งเฉา