โจวยวนพยายามระงับความกังวลในแววตาพลันพยักหน้า “ครั้งนี้ขอบคุณเจ้ามากที่ยอมแอบมากับข้า”
“ไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก” มู่ชิงเหยียนตอบด้วยความรู้สึกผิด อันที่จริงแล้วที่นางตกลง ‘พฤติกรรมเอาแต่ใจ’ ของโจวยวนก็มีเรื่องส่วนตัวด้วย เพราะนางก็เป็นห่วงจิ่งเยี่ยที่อยู่ในกลุ่มสังเกตการณ์เหมือนกัน
เป้าหมายของกลุ่มเทียนเจียวสังเกตการณ์ครั้งนี้ ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก นางรู้สึกไม่ไว้ใจเลยอดตามมาไม่ได้ พอดีกับที่โจวยวนก็จะมาด้วย
เพียงแต่ว่าบางเรื่องนางไม่สะดวกพูดให้โจวยวนฟัง ไม่ใช่ว่าไม่ไว้วางใจเป็นเพราะนิสัยของโจวยวน
“พี่ชิงเหยียนเมื่อเราถึงเป่ยฝางควรทำอย่างไรดี พวกเราเข้าค่ายทหารพลการโดยไม่มีสาสน์ ต้องโดนไล่ออกมาแน่เลยเจ้าค่ะ” โจวยวนกล่าวอย่างกังวลใจ
แม้นางจะเป็นคนที่เอาแต่ใจแต่ก็รู้กฎของค่ายทหารดี
มู่ชิงเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อยครุ่นคิดอยู่ครู่เดียวกล่าวว่า “เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วเราไม่ทีทางเลือกที่ดีกว่านี้นี่” ถึงเป่ยฝางพวกนางคงต้องซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง ให้คนคอยเฝ้าสังเกตการต่อสู้แล้วมารายงาน
ถ้าสถานการณ์อันตรายผ่านไปได้นั้นยิ่งดี แต่หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็หวังว่าพวกนางจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง
“ได้ ข้าเชื่อฟังเจ้า” โจวยวนพยักหน้า
…
ไฟสงครามของเป่ยฝางได้แพร่ไปถึงทั่วทั้งเขตชายทางตอนเหนือ
สงครามที่เกิดจากแผนชั่วร้ายประหนึ่งสู้รบกันอย่างจริงจัง