ผู้นำทีมขมวดคิ้วเงียบไปสักพัก กัดฟันพูดต่อว่า “ส่งข่าวให้ต้าฉินเลย ให้พวกเขาเตรียมพร้อมไว้ หลังจากนี้สามวัน พวกข้าจะยั่วยุให้เทียนเจียวออกรบ ช่วงนี้พวกเจ้าก็คอยยุยงพวกเขาอย่างลับๆ ให้พวกเขาทำตามแผนการของพวกเรา” พูดเสร็จเขากำหมัดแน่น
จากนั้น เขาหยิบผ้าไหมออกมาผืนหนึ่ง คลี่ออกมาบนนั้นมีชื่อที่เขียนด้วยสีชาด “จำไว้ คนพวกนี้คือคนที่นายท่านชี้สั่งไว้เป็นพยาน บาดเจ็บได้แต่ห้ามตาย”
พวกเขามองหน้ากันพยักหน้าอย่างเงียบๆ
…
สามวันที่ผ่านมาในกลุ่มผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวที่ไม่มีอะไรทำเริ่มแสดงความคิดเห็น
คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูเจียงหลีและลู่เสวียน
“มันมากเกินไปแล้ว ท่านพ่อข้าไม่ใช่คนขี้ขลาดกลัวตายเสียหน่อย” ลู่เสวียนกำหมัดทุบใส่โต๊ะในห้องเจียงหลี สะเทือนจนแก้วชายังสั่นมีน้ำกระเด้นออกมาหลายหยด
เจียงหลีกรอกตาไปมาพูดเสียงเบาว่า “ข้าว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่”
“ดูก็รู้ว่ามีคนจงใจสร้างเรื่องเพื่อทำให้พ่อข้าเสื่อมเสียชื่อเสียงชัดๆ!” ลู่เสียวกล่าวอย่างโมโห
เจียงหลียักคิ้ว “แค่พูดใส่ร้ายมันง่ายขนาดนี้เชียวหรือ”
ลู่เสวียนฟังออกว่าคำพูดนี้ยังมีความหมายอื่นแฝงอยู่จึงรีบขยับเข้ามาถาม “ยังมีเรื่องซับซ้อนอยู่อีกหรือ”
เจียงหลีมองเด็กหนุ่มอย่างเอือมระอา แม้แต่นางเองยังได้กลิ่นตุๆ จากสงครามครั้งนี้ ทำไมเขาถึงรู้สึกตัวช้าขนาดนี้