เมื่อได้ยินลู่เจี้ยเอ่ยถึงภรรยาที่รักกับลูกชายคนเล็ก ลู่ซิ่งเฉาที่หันหลังให้ลู่เจี้ยหลับตาซ่อนความรู้สึกอาลัยอาวรณ์และความเจ็บปวดใจไว้ใต้ดวงตา “ข้าในฐานะบุตรชายคนโตของตระกูลลู่ ทั้งยังเป็นถึงท่านอ๋องลู่จึงมีเรื่องบางเรื่องที่ข้าต้องทำ ส่วนแม่เจ้าและน้องชายเจ้าจงดูแลพวกเขาแทนพ่อด้วย”
“ท่านพ่อ” ลู่เจี้ยตะเบ็งเสียงออกมา เขาเงยคอที่แข็งทื่อมองไปยังท่านพ่อ ภายใต้แสงโคม เงาจากแผ่นหลังถูกปกคลุมด้วยแสงสีเหลืองจนดวงตาของเขาแสบร้อน “จะทำเช่นนี้จริงๆ หรือ”
ลู่ซิ่งเฉาหันกลับมามองยังลู่เจี้ย
อยู่ต่อหน้าลูกชายคนโตที่คนภายนอกต่างบอกว่าอ่อนแอ เขาเผยรอยยิ้มแล้วสอนว่า “เจี้ยเอ๋อร์ เจ้าจงรู้ไว้ว่าเรื่องบางอย่างมันต้องเห็นเลือดถึงจะจำเข้ากระดูกดำ ถึงจะสยบให้สถานการณ์มั่นคงได้”
ลู่เจี้ยปากสั่นเล็กน้อย เขาพยายามจะควบคุมอารมณ์ให้สงบนิ่ง เขาเข้าใจเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเห็นเลือดของของตนแล้วสถานการณ์ถึงจะมั่นคง
“ลูกอยากให้ตระกูลลู่ปลอดภัย หากท่านพ่อตัดสินใจเยี่ยงนี้ จะให้ลูกผิดจากความตั้งใช่หรือไม่”
“เพื่อตระกูลลู่แล้ว เสียสละข้าคนเดียวก็ไม่เป็นไร” ลู่ซิ่งเฉากล่าวแน่วแน่
ลู่เจี้ยนิ่งเงียบ
แผนเดิมของเขาคือทำทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ฮ่องเต้วางเอาไว้ แต่ลึกๆ แล้วเขาจะปกป้องเหล่ากลุ่มสังเกตการณ์เทียนเจียวหาหลักฐานที่ฮ่องเต้สมรู้ร่วมคิดกับศัตรูเพื่อใส่ร้ายข้าราชบริพาร