มารวานรตัวหนึ่ง ปรากฏตัวจากด้านหลัง ส่งเสียงคำรามมันยื่นแขนออกมาหวังจะจับตัวลู่เสวียนที่เข้าไปในสนามรบ
ลำแขนที่อยู่กลางอากาศยาวขึ้นเรื่อยๆ เหมือนลำตัวงู เมื่อขยับเข้าใกล้ลู่เสวียนก็คว้าตัวเขาเหวี่ยงตัวเขาจากนอกกำแพงโยนเข้าไปในกำแพง
ก้นลู่เสวียนกระทบกับพื้นเข้าอย่างจัง มีดเหล็กที่แย่งมาก็ตกอยู่ข้างๆ แผดดังก้อง
ขาเงยหน้ามองไปทิศทางที่ท่านพ่ออยู่ กลับสบเข้ากับดวงตาที่เข้มงวดตักเตือน
“อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม” ลู่เสวียนพยายามดิ้นลุกขึ้นยืนเพื่อจะเข้าสู่สนามรบอีกครั้งแต่ก็ถูกเจียงหลีจับไหล่ห้ามไว้ก่อน
ลู่เสวียนหันกลับมามองนางด้วยแววตาดิ้นรนยังไม่หายไป กลับเห็นเจียงหลีส่ายหัวช้าๆ สายตาเหลือบมองไปทางผู้นำกลุ่มอย่างอำพราง
หลังจากลู่ซิ่งเฉาตะเบ็งเสียงออกมา เจียงหลีก็มองคนนั้นโดยไม่รู้ตัว นางมิวายเห็นสีหน้าผิดหวังบนใบหน้าของเขาจึงทำให้นางเกิดความสงสัย
ลู่เสวียนหันหัวมองตาเห็นท่าทางผู้นำกลุ่มที่ก้มหน้าเงียบ เมื่อเขาสงบสติอารมณ์ได้ก็เริ่มเกิดความสงสัย
ตึง ตึง ตึง!
เสียงกลองถอยทัพดังขึ้นกะทันหัน
เจียงหลีและลู่เสวียนหันหน้าไปพร้อมกันก็พบทหารม้าต้าฉินที่มาอย่างกระเ**้ยนกระหือรือกลับถอยทัพ ต้าฉินถอยทัพ ลู่ซิ่งเฉาเองก็ไม่ได้ไล่โจมตีเพียงแต่สั่งให้ถอยทัพเช่นกัน
การถอยทัพกะทันหันทำให้ผู้นำกลุ่มขมวดคิ้ว ส่อแววเสียดายเล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เจียงหลีกลับแปลกใจที่ต้าฉินจู่ๆ ก็ถอยทัพ