การประจัญบานเมื่อครู่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตัดสินแพ้ชนะ ที่ต้าฉินเลิกทัพทำเยี่ยงนี้มันรู้สึกหัวเสือหางงูเกินไปแล้ว
“ทำไมพวกเขาถึงเลิกทัพกันล่ะ” แม้แต่เจ้าเด็กโง่อย่างลู่เสวียนยังถามด้วยความงุนงง
เจียงหลีมองไปทางลู่ซิ่งเฉาเห็นสีหน้าเขานิ่งสงบราวกับว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ “มีพ่อเจ้าอยู่ ต้าฉินไม่สามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรได้หรอก”
“นี่ก็เรื่องแปลกที่ต้าฉินเลิกทัพ” จิ่งเยี่ยพูดเสียงเบา
“นี่ พวกเจ้าก็อยู่หรือ” ลู่เสวียนเพิ่งจะสังเกตเห็นจิ่งเยี่ยที่ยืนเคียงข้างเจียงหลี อีกทั้งท่าทางที่แสนจะสนิทสนมกันอีก
ทันใดนั้นตาหงส์ของเขาเต็มไปด้วยหวาดระแวง
จิ่งเยี่ยเพิกเฉยกับแววตาที่หวาดระแวงของเขา แค่นเสียงอย่างเยียบเย็น มองเจียงหลีอย่างลึกซึ้งก่อนจะเดินออกจากไป
“ซ้อเล็ก ท่านมีพี่ใหญ่ข้าแล้วจะสองจิตสองใจไม่ได้ ยิ่งอย่าถูกคำพูดสวยหรูหลอกเชียวล่ะ” ทันทีที่จิ่งเยี่ยเดินจากไป ลู่เสวียนรีบออกเสียงเตือนเจียงหลี
เจียงหลีกระตุกมุมปากรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดใส่หน้า นางแสร้งยิ้มพลันพูดต่อว่า “เรื่องของข้า เจ้าอย่ามาห่วงเลย”
“ไม่ได้! พี่ข้าไม่อยู่ ข้าก็ต้องช่วยเขาเฝ้าดูเจ้าไว้” ลู่เสวียนพูดอย่างมีคุณธรรมน้ำมิตร
“…” เจียงหลีแค่นเสียงใส่เขาในลำคอ ทำอย่างไรดี นางรู้สึกอยากจะบีบคอเจ้าเด็กนี่ให้ตายคามือจัง
“เหล่าเทียนเจียวจงฟังคำสั่ง ตามข้ากลับไปพักผ่อนที่ค่าย” รองแม่ทัพนายหนึ่ง เดินนำเข้ามา