หญิงสาวในชุดดำยืนหลังตรงไม่เหมือนพวกคนที่อาเจียนไม่หยุด กลับยืนอยู่แถวหน้าสุดจ้องมองสนามรบที่นองไปด้วยเลือด ใบหน้าตึงเครียดเผยให้เห็นความสุขุมที่ไม่เหมาะสมกับอายุนาง
หญิงสาวคนนี้คือใคร
ณ เวลานี้เหล่าทหารแดนบูรพาจำนวนไม่น้อยถามตนเองในใจอย่างสงสัย
เจียงหลีเองก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้เลย นางรู้สึกตกตะลึงกับภาพสนามรบตรงหน้า รู้สึกถึงเรื่องราวที่นางไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชาติที่แล้ว
นางไม่เข้าใจสิ่งใดที่ทำให้พวกเขาทุ่มเทต่อสู้จนไม่คำนึงถึงชีวิต
ใช่ฮ่องเต้ที่โง่เขลาในวังหลวงนั่นหรือไม่
หรือว่าจะเป็นลู่ซิ่งเฉาที่รักษาการณ์ที่เป่ยฝางกับพวกเขามาหลายปี
เจียงหลีไม่ใช่ว่าไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ เพียงแต่ว่า…ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งบังไว้ตรงหน้า ปิดกั้นสายตาระหว่างนางกับสนามรบ
สายตาเจียงหลีโฟกัสกลับมาใหม่ ขมวดคิ้งเล็กน้อย
“อาหลี เลิกมองได้แล้ว” เสียงจิ่งเยี่ยดังมาจากด้านหลังแฝงด้วยความเจ็บปวดและวิงวอน
แววตาเจียงหลีมีแสงวูบวาบ นางรู้จิ่งเยี่ยเจ็บปวดเรื่องอะไร น้องสาวเขาเดิมทีเป็นหญิงสาวอ่อนแอที่อยู่แต่ในห้องและชีวิตที่ไร้กังวล แต่ตอนนี้กลับต้องมาเอาตัวรอดอย่างทรหดอีกทั้งยังต้องมาเห็นความโหดร้ายของชีวิตอีก
หากเป็นเจียงหลีคนเดิมคงจะตกใจกลัวกับฉากนองเลือดนี้ แต่ว่าเจียงหลีที่ไม่ใช่เจียงหลีสถานการณ์เช่นนี่ทำได้เพียงให้นางตกตะลึงแต่ยังไม่สามารถทำให้นางกลัวได้