แม้กระทั่งความตะลึงของนาง มาจากกองทัพทหารทั้งสองฝ่ายเข่นฆ่ากันบนสนามรบอย่างสุดชีวิต
ค่อยๆ ยกมือขึ้นดึงฝ่ามือใหญ่ของจิ่งเยี่ยลงมา เจียงหลีหันสายตากวาดมองรอบกาย เหล่าเทียนเจียวที่อาเจียนไม่หยุดไม่มีใครสังเกตเห็นถึงท่าทางของพวกเขาสองพี่น้อง แม้ลู่เสวียนเองยังจ้องมองทางที่ลู่ซิ่งเฉาจากไปอย่างเหม่อลอย
เกรงว่าที่สังเกตเห็นสิ่งนี่ได้ ก็คือเหล่าทหารเป่ยฝางที่ให้ความสนใจนางย่างยิ่ง
แต่ว่าเมื่อไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเหล่าทหารเป่ยฝางจึงไม่คิดมากกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนางกับจิ่งเยี่ย
เจียงหลีถอนสายตากลับมามองไปที่นัยน์ตาของพี่ชาย พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ข้าไม่กลัวหรอก”
จิ่งเยี่ยผงะเงียบกริบสักครู่ ถึงจะเผยรอยยิ้มที่สับสน พูดอย่างตามใจว่า “อาหลี ช่างกล้าหาญจริงๆ”
ความสับสนนั้น เป็นเพราะการเติบโตของเจียงหลีและการเปลี่ยนแปลง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ทำให้น้องสาวที่ไร้เดียงสาของเขารู้เรื่องรู้ราวและเข้มแข็งขึ้น ตัวต้นเหตุทั้งหมดมาจากผู้ที่นั่งอยู่ในวังหลวงผู้นั้น
ความแค้นที่รุนแรงสะท้อนในดวงตาจิ่งเยี่ย ทำให้เจียงหลีรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่อยากแก้แค้นว่ามีมากกแค่ไหน
“เจ้าเกลียดแค้นตระกูลลู่ไหม” จู่ๆ เจียงหลีก็ถามขึ้นมา
ถึงอย่างไรก็ตามเป็นเพราะเจียงหลินเฟิงช่วยพูดให้กับตระกูลลู่ ถึงได้ถูกใส่ร้ายป้ายสี