เจียงหลีกำลังคาดเดาฐานะของผู้มาเยือนอย่างจริงจัง เพราะคำพูดเดียวของลู่เสวียนทำเอาแทบจะล้มจากหลังม้า
“หุบปาก” นางหันขวับจ้องลู่เสวียนอย่างดุดัน
ลู่เสวียนหดคอลงเหมือนกลัวสายตาดุร้ายของนาง แต่ว่าความสนใจของเขาก็ถูกกองทหารที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดึงดูดไปอย่างรวดเร็ว
เจียงหลีหันสายตากลับมามองไปยังกองทหารที่ผ่านฝุ่นทรายออกมา
เกราะทองแดงทำให้ความสง่าที่ดุดันของกองทัพรวมเป็นหนึ่ง คนแรกที่เดินนำหน้าสวมชุดเกราะสีทอง ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้หมวกเหล็ก เหลือเพียงนัยน์ตาแหลมคมราวกับเหยี่ยว แววตาที่นิ่งสงบจ้องไปยังกลุ่มผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวนับพันคน
ภายใต้สายตาของเขาคำพูดที่จงใจยั่วยุค่อยๆ เงียบสงบลง
ปกติเหล่าผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวทั้งหลายจะรู้สึกว่าตนเหนือกว่าคนอื่น ทว่าเมื่ออยู่ภายใต้สายตาของเขา คนส่วนใหญ่ต่างพากันก้มห้วลงอย่างอัตโนมัติไม่กล้าสบตาแม้แต่น้อย
“ช่างเป็นแววตาที่เฉียบคมนัก” เจียงหลีเพ่งมองเขาพลางชื่นชมในใจ
ผู้นำขบวนผงะแล้วรีบควบม้ามาถึงหน้าชายหนุ่มที่เสมือนเทพบุตรจุติแล้วคารวะอย่างนอบน้อม
“ท่านลู่อ๋อง มิบังอาจให้ท่านออกมาต้องรับขอรับ”
น้ำเสียงประจบประแจงอย่างเห็นได้ชัด
เพียงแต่ว่าเป็นการประจบประแจงที่แสดงออกนอกหน้าเท่านั้น