“กลับค่าย!” ลู่ซิ่งเฉาออกคำสั่งกลุ่มผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวนับพันคนเดินตามหลังมุ่งหน้าสู่ค่ายทหารชายเป่ยฝาง
ระหว่างทางเจียงหลีกระซิบเสียงต่ำถามลู่เสวียนว่า “ทำไมเมื่อครู่เจ้าไม่ก้าวออกไปล่ะ”
ลู่เสวียนส่ายหัวยิ่มอย่างขมขื่น “ข้าไม่อยากให้ท่านพ่อรู้ว่าข้าก็มาด้วย เพียงได้เห็นเขาไกลๆ ข้าก็พอใจแล้ว”
เจียงหลียิ้มอย่างเย็นชาทุบความเพ้อเจ้อของเขาให้แตกสลาย “รายชื่อผู้ติดตามก็จะส่งไปที่เขาด้วย”
ว่าแล้ว ลู่เสวียนกระตุกมุมอย่างแรงยิ้มแห้งๆ ฝืนพูดต่อ “ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกที”
…
เดิมทีเจียงหลีนึกว่าพวกเขาจะถูกนำไปที่ทัพหลังพร้อมจัดเตรียมให้พักผ่อนก่อนหนึ่งวัน
แต่ยังไม่ทันได้เห็นว่าแม่ทัพหน้าตาเป็นอย่างไรก็ถูกนำตัวไปที่แถวหน้าบนแนวกำแพงเสียแล้ว
การจะขึ้นกำแพงต้องเดินผ่านค่ายผู้บาดเจ็บ เมื่อเห็นเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแขนขาดขาบาดบ้าง มีเนื้อและเลือดโชกบ้าง เสียงร้องโหยหวนทำเหล่าผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวหน้าซีดเซียวลง
ควันไฟแห่งสงครามแผ่ทั่วสารทิศดำโขมงโฉงเฉง เสียงเข่นฆ่าโรมรันเหมือนจะทะลุผ่านกำแพง
ความสันติภาพและสงครามห่างกั้นแค่ระหว่างกำแพง
ในที่สุดเหล่าผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวนับพันคนมาถึงรั้วกำแพง เห็นสนามรบที่อยู่นอกกำแพง…สิ่งที่เห็นคือการสู้ตายเสียสละเลือดเนื้อของสองกองทัพเมื่อปะทะกัน ทำให้ทะเลทรายนองไปด้วยเลือด
ตู้มมม!